Sarah Finn หัวหน้าทีมงานด้านการคัดตัวนักแสดง 1 ในทีมงานเบื้องหลังแห่ง MCU ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ามีนักแสดงหลายคนใน MCU ที่เกือบจะไม่ได้รับบทที่เราได้เห็นในหนัง แต่พวกเขาเกือบจะได้รับบทเป็นตัวละครอื่นที่คุณอาจคาดไม่ถึง
จากการพูดคุยกับสื่อ The Hollywood Reporter. Finn ได้เปิดเผยว่า Chadwick Boseman นักแสดงผู้รับบทซูเปอร์ฮีโร่ Black Panther ก่อนหน้านี้เคยถูกคัดเลือกตัวเข้าร่วมทีม Guardians of the Galaxy มาก่อนในบทของ Drax The Destroyer แต่มันก็ไม่เวิร์ค แต่แล้วหลังจากนั้นเขาก็ได้รับโอกาสที่ดีกว่านั่นก็คือ การได้รับเลือกเป็น Black Panther นั่นเอง โดยพวกเขาได้เห็นว่า Boseman มีคุณสมบัติครบทุกอย่างที่จะเป็นราชาแห่งวากันด้า
กลับกัน Chris Pratt ก็เคยเข้าคัดเลือกหลายต่อหลายบทก่อนจะได้เป็น Star-Lord แห่ง Guardians of the Galaxy โดยเขาเคยเข้าคัดเลือกเพื่อรับบทเป็น Captain America ก่อนที่บทจะเป็นของ Chris Evans อีกด้วย
“ผมยังไม่จบกับเรื่องราวใน Mad Max ครับ และผมคิดว่าในตอนนี้ที่คุณกำลังวุ่นๆอยู่กับเรื่องต่างๆมากมาย Mad Max ภาคต่อจะพุ่งเข้ามาหาคุณหลังจากนี้อย่างแน่นอนแบบไม่ทันตั้งตัว และเราก็กำลังเตรียมพร้อมที่จะทำมันให้ดีที่สุดครับ”
จากการอ้างอิงของข่าว(ลือ)ก่อนหน้านี้คาดว่า Miller วางแผนสร้าง Mad Max ต่ออีก 2 ภาค และหนังภาคแยก(Spin-Off) ของ Furiosa. และภาคต่อภาคแรกนี้จะมีชื่อว่า Mad Max: The Wasteland นอกจากนี้ The Doof Warrior จอมแย่งซีน จะกลับมาด้วย
ยังคงเดินหน้าสานต่อจักรวาล The Conjuring ออกมาให้เราได้ชมกันเรื่อยๆ ในทุกปี และในที่สุดหนังภาคใหม่ของหนังหลักในจักรวาลก็เตรียมปล่อยภาคใหม่ออกมาให้เราได้ชมกันแล้ว สำหรับ The Conjuring 3 ที่ได้ชื่อภาคอย่างเป็นทางการแล้ว
โดยเป็นการประกาศจากทาง Warner Bros. ที่ได้ออกมายืนยันว่า The Conjuring 3 นั้นจะใช้ชื่อว่า The Conjuring: The Devil Made Me Do It นั่นเอง ซึ่งเรื่องราวในภาคนี้ก็ยังคงมีศูนย์กลางเรื่องราวอยู่ที่สองสามี-ภรรยา Ed และ Lorriane Warren เช่นเดิม โดยในภาคนี้มันจะเป็นเรื่องราวของคดีดังของ Arne Cheyenne Johnson ที่อ้างว่าเขาได้ทำการฆาตรกรรมเพราะมันมีปีศาจมาบอกให้เขาทำนั่นเอง
สำหรับ The Conjuring: The Devil Made Me Do It นั้นจะได้ทาง Patrick Wilson และ Vera Farmiga กลับมารับบท Ed และ Lorraine Warren เช่นเดิม โดยจะได้ทาง Michael Chaves ผู้กำกับจาก The Curse of La Llorona มาทำหน้าที่เป็นผู้กำกับโดยตัวหนังมีกำหนดฉายอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน 2020
อย่างที่ได้เคยลั่นวาจาเอาไว้ว่า จะกำกับหนังเพียงแค่ 10 เรื่องตลอดชีวิตการทำงาน สำหรับผู้กำกับสายแนวที่หนังทุกเรื่องล้วนมีสไตล์และลายเซ็นเป็นของเฉพาะตัวอย่าง Quentin Tarantino ที่ปีนี้ก็ถือเป็นอีกหนึงปีของความสำเร็จ เพราะ Once Upon a Time…in Hollywood หนังลำดับที่ 9 ถือเป็นอีกหนึ่งดาวเด่นของหนังรางวัลประจำปีนี้ รวมถึงผู้กำกับเองที่ได้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ และน่าจะมีรายชื่อเข้าชิงรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมของออสการ์ด้วย เมื่อมีการประกาศออกมา
แฟน ๆ ต่างก็คาดเดากันว่า หนังเรื่องสุดท้ายลำดับที่ 10 ของป๋า Quentin จะเป็นเรื่องไหน ก่อนหน้านี้รายชื่อหนังที่รอลุ้นกัน ได้แก่ Star Trek ที่จะมาในรูปแบบของหนังเรต R ซึ่งป๋าได้ดอดไปคุยกับทางผู้อำนวยการสร้าง J.J. Abrams ไว้เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งแฟนหนังก็สับสนอยู่พอสมควรระหว่าง Star Trek ฉบับ Quentin กับอีกฉบับที่แต่เดิมจะได้ Chris Hemsworth กลับมารับบทพ่อของกัปตันเคิร์ก (เสียชีวิตไปตั้งแต่ 10 นาทีของภาคแรก) เพราะกัปตันเคิร์กจะย้อนกลับไปร่วมห้วงเวลาเดียวกันกับพ่ออีกครั้ง แต่สุดท้ายโครงการก็พับไปเพราะไม่สามารถเจรจาค่าตัวของ 2 นักแสดงอย่าง Hemsworth และ Chris Pine ที่วันนี้ดังมากไปแล้ว (หนังภาค 3 ไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้) ส่วนสถานะในปัจจุบันของ Star Trek 4 ก็ดูจะชัดเจนมากขึ้น เพราะได้มีการประกาศตัวผู้กำกับเป็น Noah Hawley จากหนัง Lucy in the Sky และทีมนักแสดงเดิมน่าจะกลับมาทั้งหมด
อีกหนึ่งหนังตัวเต็งจึงเป็นไปตามที่คาดการณ์ของแฟน ๆ อีกฝ่ายหนึ่ง เพราะรายงานข่าวล่าสุด Quentin ได้มาให้สัมภาษณ์ในรายการ Andy Cohen Live ระหว่างเดินสายขายหนัง Once Upon a Time…in Hollywood สู่สายตาคณะกรรมการเวทีรางวัลทั้งหลาย โดยเขาบอกว่า “พร้อมแล้วสำหรับการกลับไปทำหนังนักฆ่าสาวบู๊ Kill Bill Vol.3” ซึ่งจะกลายเป็นหนังภาคต่อและหนังไตรภาคแฟรนไชส์เดียวของ Quentin (ขึ้นชื่อว่า เขาเป็นคนไม่ชอบกลับไปตามรอยความสำเร็จกับหนังเรื่องเดิมๆ)