ดูซีรีย์ : คริสเตียน เบลกวาดทุกซีนอยู่หมัด โคตรเดือด โคตรมันส์ ในภาพยนตร์เรื่อง Ford V Ferrari

ในโลกภาพยนตร์มีภาพยนตร์แนวซิ่งรถประลองความเร็วอยู่มากมาย แต่เชื่อเราเถอะว่ายังไม่มีภาพยนตร์แข่งรถเรื่องไหนที่เดือดดาล และหนักแน่นไปทุกส่วนของอารมณ์เท่า Ford V Ferrari ภาพยนตร์ที่หน้าหนังอาจจะดูเป็นความดราม่าชีวิตที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่ภายในอัดแน่นไปด้วยความแรงระดับหลายร้อยแรงม้า ไม่เพียงแค่การปะทะบทบาทกันระหว่างแมตต์ เดม่อน กับคริสเตียน เบลเท่านั้น แต่ฉากแข่งรถในศึก the Le Mans การแข่งรถที่โหดหินที่สุดในโลกก็ยังสุดมันส์ ชวนให้ลุ้นทุกขณะ

  Ford V Ferrari เป็นเรื่องราวศึกการแข่งขันระหว่างสองยักษ์ใหญ่วงการรถยนต์ Ford และ Ferrari ในช่วงที่ฟอร์ดกำลังประสบปัญหาขาดทุนหนักจนสุ่มเสี่ยงต้องปิดกิจการ พวกเขาตั้งมั่นจะซื้อกิจการของ Ferrari ที่โดดเด่นคว้าชัยการแข่งรถที่โหดหินที่สุดมาได้ 4 ปีซ้อน แต่แน่นอนว่าเฟอร์รารีปฏิเสธพร้อมเหยียดหยามอย่างหนัก นั่นทำให้ฟอร์ดฉุนหนักจนตัดสินใจตั้งทีมแข่งรถของตัวเอง และมีเป้าหมายในการขยี้เฟอร์รารีให้สิ้นซากในการแข่งขัน the Le Mans ครั้งต่อไป

ในขณะเดียวกัน อีกมุมหนึ่งเคน ไมล์ส นักแข่งและช่างซ่อมรถที่กำลังประสบปัญหาด้านการเงินจนอู่ซ่อมรถถูกยึด ก็ได้รับข้อเสนอจากเพื่อนสนิท แคร์โรล เชลบี้ อดีตนักแข่งอเมริกันคนเดียวที่เคยชนะรายการ the Le Mans มาได้ เคนใจอ่อนยอมร่วมเข้าสร้างทีมแข่งรถให้กับฟอร์ดที่พร้อมทุ่มทุนไม่อั้น แต่พวกเขาไม่เพียงแต่ต้องเผชิญหน้ากับศึกนอกกับเฟอร์รารี แต่ยังต้องเผชิญหน้ากับศึกภายในกับฟอร์ดด้วย นี่จึงเป็นบทพิสูจน์ทั้งมิตรภาพ ศักดิ์ศรี และความหลงใหลในการแข่งรถของพวกเขาทั้งคู่

สิ่งแรกที่ต้องชื่นชมเลยก็คือ การแสดงขอคริสเตียน เบล ในบทของเคน ไมล์ส นักแข่งรถเลือดร้อนฝีปากร้ายแต่ฝีมือก็ฉกาจฉกรรจ์ไม่มีใครเทียม แน่นอนว่าการแสดงที่เหมือนไม่ได้แสดงของเขายังคงตรึงตาพวกเราเอาไว้ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ เมื่อประกับคู่กับแมตต์ เดม่อน ในบทแคร์โรล เชลบี้ ที่ถ่ายทอดบทบาทของการเป็นตัวกลางที่ต้องเชื่อมระหว่างทีมแข่งของเขา กับผู้ให้ทุนอย่างฟอร์ด ทั้งหมดนำไปสู่บทสรุปของทั้งสองบทในตอนท้ายที่ชวนให้จุกอกแต่ก็ประทับใจได้อยู่ในทีเดียว

ฉากไฮไลท์ของภาพยนตร์อย่าง the Le Mans การแข่งขันรถที่โหดหินที่สุดในโลก ด้วยการที่นักแข่งจะต้องขับรถยนต์ทำความเร็วกันตลอด 24 ชั่วโมงของการแข่งขัน การแข่งที่ยาวนานแต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ตัดต่อและเรียบเรียงออกมาได้ตื่นเต้นไม่น่าเบื่อเลยแม้แต่น้อย มีจังหวะผ่อนหนักผ่อนเบา เร่งเร้าแข่งขันจนถึงขีดสุด ก่อนจะแลนด์ดิ้งลงด้วยบทสรุปของการแข่งขันที่ทำให้หนังเรื่องนี้ยอดเยี่ยมขึ้นไปอีกขั้น

ใครที่เคยประทับใจกับ Logan ที่กำกับโดย เจมส์ แมนโกลด์ ผู้กำกับคนเดียวกันกับภาพยนตร์เรื่องนี้ เราจะได้เห็นฝีมือของเขาอีกครั้ง ที่คราวนี้แม้จะไม่ได้มืดมนหรือหดหู่เหมือนกับโลแกน แต่ในภาพยนตร์เรื่องนี้เราจะได้เห็นจังหวะการกำกับของเขาที่ชวนให้ติดตาม 2 ชั่วโมงครึ่ง สมแล้วกับคำชื่นชมที่ได้รับมาอย่างล้นหลาม อย่างไรก็ตามอย่าปล่อยให้เราชวนเชื่อเพียงฝ่ายเดียว ไปพิสูจน์ความยอดเยี่ยมของ Ford V Ferrari กันได้แล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูซีรีย์

ดูซีรีย์ : ทำไม The Dark Knight ไม่มีภาค4 คริสเตียน เบล ออกมาเฉลย

ในปี 2005 ถือเป็นปีที่โลกภาพยนตร์ได้แบทแมนคนใหม่มาร่วมจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่ นั่นคือ แบทแมน ที่แสดงโดยคริสเตียน เบล และกำกับโดยคริสโตเฟอร์ โนแลน ถือเป็นภาพยนตร์แบทแมนที่ดัดแปลงจากคอมิกส์ฉบับที่  4 และได้กลายเป็นภาพยนตร์ชั้นเยี่ยมที่ได้รับการยอมรับทั้งนักวิจารณ์และตารางหนังทำเงิน ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นภาพยนตร์ไตรภาค ได้แก่ Batman Begins, The Dark Knight และ The Dark Knight Rises ด้วยความสำเร็จทั้งรายได้และความนิยม ทำให้เกิดคำถามว่าทำไมพวกเขาไม่สร้างต่อเนื่องเป็นภาคที่ 4

ล่าสุด คริสเตียน เบล ผู้รับบทบรูซ เวนย์ หรือ Batman ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้กับ Toronto Sun ระหว่างการโปรโมตภาพยนตร์เรื่องใหม่ Ford V Ferrari นักแสดงหนุ่มมากฝีมือผู้นี้ได้ให้คำตอบเอาไว้ว่า…

“ในตอนที่พวกเขาเข้ามาถามผมว่า ‘นายอยากแสดงอีกสักเรื่องไหม?’ มันยอดไปเลยนะครับ แต่ผมตอบไปว่า ‘นั่นสิ เราคงจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว’ จนพวกเขาเข้ามาพูดอีกว่า ‘โอเค งั้นสร้างภาค 3 ก่อนแล้วกัน’…

…คริสบอกผมอยู่เสมอเลยนะครับว่าถ้าเราโชคดีได้สร้างถึงภาคที่ 3 เราก็จะหยุดอยู่แค่นั้น เขาพูดว่า ‘จบแล้วก็เดินหน้ากันต่อเถอะ’ หลังจากนั้นพวกเขาก็เข้ามาพูดกับพวกเราอีกว่า ‘คิดว่าถ้าสร้างต่อภาค 4 เป็นยังไง’ ผมก็ตอบไปว่า ‘ไม่  เราต้องยึดตามที่คริสตั้งใจเอาไว้สิ ความฝันที่เขาอยากจะทำแค่ไตรภาค ไม่ขยายมันจนไกลกว่านั้น จนกลายเป็นอะไรที่มันมากเกินไป’”

ถือเป็นคำตอบที่ชัดเจนสำหรับไตรภาค Batman ของคริสโตเฟอร์ โนแลน ด้วยเนื้อเรื่องที่เดินทางมาสู่บทสรุปอย่างสมบูรณ์ แม้ว่าในเวอร์ชั่นนี้อาจจะจบลงไปแล้ว ก็เตรียมตัวพบกับ Batman ในเวอร์ชั่นการกำกับของแมตต์ รีฟ ที่จะได้โรเบิร์ต แพททินสันมารับช่วงบทบาทนี้ต่อไป

ส่วนใครที่อยากติดตามผลงานของคริสเตียน เบล ก็เตรียมพบกับภาพยนตร์เรื่องใหม่ Ford V Ferrari  กำหนดฉาย 5 ธันวาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูซีรีย์ 

หนังออนไลน์ : กัปตันอเมริกาแห่งรัสเซีย Red Guardian ตัวละครคนใหม่แห่ง MCU ในฉบับคอมิกส์คือสามีนาตาชา

จากตัวอย่างแรก Black Widow หนังเรื่องล่าสุดแห่งเฟรนไชส์ Marvel ที่กำลังจะมาถึง ที่นอกจากจากจะมีการเปิดเผยฉากแอ็คชั่นและเนื้องเรื่องที่น่าสนใจใหม่ๆมากมายแล้ว ภายในตัวอย่างยังมีการเปิดเผยบทบาทบางส่วนของเหล่านักแสดงหน้าใหม่ที่ได้เข้าร่วมจักรวาล MCU อย่างเป็นทางการอีกด้วย ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือ นักแสดงชายอย่าง เดวิด ฮาร์เบอร์ (David Harbour) จากซีรี่ย์ชื่อดัง The Stranger Things ที่เขาจะเข้ามารับบทเป็น Red Guardian หรือ Captain America แห่งรัสเซีย! ตามเวอร์ชั่น Comics

Red Guardian คือใคร

มีตัวละครหลายตัวจำนวนไม่น้อยเคยใช้ชื่อ Red Guardian แต่เขาคนนี้ที่จะมีบทบาทภายในหนัง Black Widow คือ Red Guardian ที่มีชื่อจริงว่า Alexi Shostakov. The Red Guardian คือชื่อของบุคคลที่ถูกตั้งให้เป็นตัวแทนเหมือนกับ Captain America แห่ง สหภาพโซเวียต เป็นวีรบุรุษประจำประเทศชาติ เขาจะมาพร้อมกับยูนิฟอร์มสีแดง และหน้ากากคล้ายกับ กัปตันอเมริกา บนชุดของเขามีดาวแห่งโซเวียตกลางอก และเขาเป็นชายที่แข็งแกร่ง ที่ได้รับการฝึกฝนขั้นสูงทั้งทักษะการต่อสู้ทางด้านร่างกาย กล้ามเนื้อ และสมอง

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือในเวอร์ชั่นคอมมิค Shostakov ยังเคยแต่งงานกับ นาตาชาด้วย ซึ่งหากพูดตามตรงแล้ว เป็นเพราะความสัมพันธ์นี้ของทั้งคู่นี่แหละที่เป็นสิ่งชี้นำให้ นาตาชา มอบชีวิตให้กับการเป็นสปายของ KGB

แล้ว Red Guardian เขาเป็นใคร? มีจุดประสงค์อะไร เป็นซูเปอร์ฮีโร่หรือเป็นวายร้าย? มีพลังอะไร? และมีอาวุธประจำกายแบบ Captain America หรือไม่? เราลองไปทำความรู้จักเขา ตามการอ้างอิงจากเวอร์ชั่น Comics กัน

พลัง ความสามารถ และอาวุธของ Red Guardian

จริงๆแล้วพลังของเขายังไม่ชัดเจนนัก. แต่ในเวอร์ชั่นคอมมิค กับการปะทะกันครั้งแรกระหว่าง Red Guardian และ Captain America ทั้งคู่ต่อสู้ได้อย่างสูสี ถึงขั้นทำให้ Cap ช็อคเนื่องจากความเร็วและการตอบโต้การโจมตีของแคป Red Guardian ตั้งรับและตามทันได้หมดเลย

Red Guardian บอกกับ Cap ว่า “ฉันถูกฝึกมาเพื่อให้เป็นนาย! ไม่ใช่แค่เพียงการลอกเลียนแบบ!”

Shostakov ใช้ดาวเหล็กขนาดใหญ่บนหน้าอกกลางชุดของเขาเป็นอาวุธในการขว้างโจมตี เหมือนกับการใช้โล่ของ Cap ในการโจมตี และแม่เหล็กที่อยู่บนมือของเขาจะดูดดาวเหล็กกลับมาหาเขา พลังการขว้างดาวของเขาไม่เพียงแค่ทำให้กัปตันอเมริกาต้องชะงักเท่านั้น แต่มันยังสามารถสร้างพลังโจมตีให้กับโล่ไวเบรเนี่ยมอีกด้วย

ก่อนที่จะมาเป็น Red Guardian. Shostakov เคยเป็นนักบินทดสอบแห่ง สหภาพโซเวียต มาก่อน นอกจากนี้ในเวอร์ชั่นคอมมิค  Shostakov ยังเคยใช้ชื่อของ โรนิน (Ronin) อีกด้วย

Black Widow เข้าฉาย 29 เมษายน 2020 ในโรงภาพยนตร์

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์ 

หนังออนไลน์ : ใครยังไม่ได้ดู แอนิเมชั่นจีนโคตรอลังการเต็มตาเต็มใจ สนุกมันส์สมราคาคุย “นาจา”

เราอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับแอนิเมชั่นทางฝั่งตะวันตก หรือหากจะเป็นทางฝั่งเอเชียก็จะเป็นจากประเทศญี่ปุ่น แต่ไม่บ่อยครั้งที่เราจะได้เห็นแอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์จากประเทศจีน และในปีนี้ก็เป็นปีของ นาจา (Ne Zha) ภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ถูกเคลมว่าทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาลในประเทศจีน พร้อมกับคำชมล้นหลามที่เทมาเป็นระลอกคลื่น ชวนให้เราสนใจและสงสัยเหลือเกินว่ามันจะสมราคาคุยหรือไม่ ทั้งหมดได้รับการพิสูจน์เมื่อเราได้เข้าไปชมในโรงภาพยนตร์

นาจา เป็นเรื่องราวของเด็กน้อยที่เกิดขึ้นมาโดยมีโอสถปีศาจอยู่ในตัว ทำให้เจ้าหนูคนนี้มีเกิดมาเพื่อมีเป้าหมายเดียวในการทำลายล้างโลก และจะถูกสังหารด้วยคาถาฟ้าพิโรธเมื่ออายุครบ 3 ปี นั่นคือสิ่งที่ชะตาฟ้าลิขิตเอาไว้ แต่ครอบครัวและอาจารย์ของนาจาพยายามที่จะใช้เวลาอันแสนสั้นนี้ทำให้นาจามีความสุข และพยายามหาทางแก้ไขลิขิตนั้น เมื่อนาจาเติบโตขึ้นเขาก็ต้องเผชิญกับอคติจากชาวเมืองที่มองว่าเขาเป็นปีศาจทำลายล้าง เป็นตัวอัปมงคลที่ต้องถูกกักขัง แม้ว่านาจาจะแสดงออกมาอย่างเกรี้ยวกราดแต่ในใจลึก ๆ เด็กน้อยคนนี้ต้องการเพียงการยอมรับเท่านั้น

ในวันที่นาจาอายุใกล้จะครบ 3 ปี เจ้าหนูน้อยได้พบกับอ๋าวปิ้ง อสูรเผ่าพันธุ์มังกรที่มีไข่มุกสวรรค์อยู่ในตัว พร้อมกับได้ความรับผิดชอบมาในการปกป้องและนำพาเผ่าพันธุ์มังกรไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง และเป้าหมายเดียวของอ๋าวปิ้งคือการทำลายโอสถปีศาจ ระหว่างการปะทะกับนาจาและปีศาจที่มาบุกเมือง นาจาได้ช่วยชีวิตอ๋าวปิ้ง ทำให้อ๋าวปิ้งเป็นหนี้บุญคุณของนาจา และเขาสาบานไว้ว่าจะตอบแทนอย่างแน่นอน โดยที่เขาไม่รู้เลยว่านาจาคือโอสถปีศาจที่ต้องทำลาย นั่นทำให้ท้ายที่สุดทั้งคู่ต้องปะทะกันอย่างเจ็บปวด ท่ามกลางคำถามที่ว่าเราจะมีชีวิตอยู่ท่ามกลางอคติของผู้คนได้อย่างไร?

อย่างแรกที่ต้องขอชื่นชมเลยก็คือ เทคนิคภาพที่สุดแสนจะอลังการ ใส่รายละเอียดของฉากและการต่อสู้ของทุกตัวละครออกมาได้อย่างเป็นเอกลักษณ์และเนียนตา ในส่วนของเนื้อเรื่อง ใครที่เคยติดตามอนิเมะหรือมังงะจากทางฝั่งญี่ปุ่นมีคุ้นตาอย่างแน่นอน เพราะมีกลิ่นอายเนื้อเรื่องและความรู้สึกในรูปแบบเดียวกัน แถมยังเป็นประเด็นที่ร่วมสมัย ไม่เพียงแค่แสดงให้เราเห็นว่า โชคชะตาไม่ใช่สิ่งที่กำหนดชีวิต แต่เป็นการกระทำของเราเองเท่านั้น หรือการไม่ปล่อยให้คำพูดของผู้อื่นมากำหนดชีวิตของเราเอง หรือสำคัญที่สุดคือความรักความเข้าใจใน และการเลี้ยงดูของครอบครัวส่งผลอย่างแรงกล้าถึงชีวิตของคน ๆ หนึ่ง

ท่ามกลางความมันส์ของฉากปะทะที่นำเสนอมาอย่างต่อเนื่อง หรือเนื้อหาภาพยนตร์ที่ชวนให้ขบคิดและเข้าถึงได้ง่ายแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่โดดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ มุกตลกที่ใส่รัวมาราวกับเป็นปืนกล ยิ่งได้ดูในเวอร์ชั่นพากย์ไทยขอบอกเลยว่ามีหลุดขำกันไม่น้อย แถมเสียงพากย์ยังเข้ากับตัวละครและเหมาะสมกับบรรยากาศของเรื่อง ทำให้เราเต็มอิ่มและเข้าใจได้ตลอดระยะเวลากว่า 1 ชั่วโมง 51 นาที

 นาจา นับเป็นแอนิเมชั่นที่พูดได้เต็มปากว่าสมราคาคุย จากการที่ทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาลในประเทศจีน ได้นำความสำเร็จนั้นเดินทางมาสู่ประเทศไทยแล้ว และเมื่อเราได้ไปพิสูจน์ก็สามารถยอมรับได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจว่านี่เป็นแอนิเมชั่นจีนชั้นเยี่ยม ที่กลมกล่อมไปด้วยทุกรสชาติของอารมณ์ นับเป็นภาพยนตร์ที่ดูได้ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ หลากหลายประเด็นสามารถเข้าถึงได้ทุกช่วงวัย เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่เราอยากแนะนำให้คุณได้ไปชมจริง ๆ กับ นาจา Ne Zha ฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์ 

หนังออนไลน์ : ฮาร์ลีย์ ควินน์ นำแก๊งค์ Birds of Prey จัดจ้านด้าน DC

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อพวกนางรวมตัวบน 2 โปสเตอร์ล่าสุด Birds of Prey (And the Fantabulous Emancipation of One Harley Quinn) – ทีมนกผู้ล่า กับฮาร์ลีย์ ควินน์ ผู้เริดเชิด ที่ตัวแม่สุดแสบ ฮาร์ลีย์ ควินน์ นำทีมเริดเชิดบนโปสเตอร์พร้อมด้วย แบล็ค คานารี, ฮันเทรส, เรเน่ มอนโตย่า และ แคสแซนดร้า ‘แคส’ เคน ไม่รู้ว่าพวกนางรวมตัวกันแล้วจะเกิดอะไรขึ้น แต่พอเห็นอินเนอร์แต่ละนางที่พร้อมฟาดนั้น บอกได้เลยว่าใครเห็นเป็นต้องหลบให้แน่นอน!

Birds of Prey (And the Fantabulous Emancipation of One Harley Quinn) ภาพยนตร์จาก วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส กำกับฯ โดย เคธี่ ยาน จากบทฯของ คริสติน่า ฮอดสัน ภาพยนตร์สร้างอิงจากตัวละครของ DC ที่ครั้งนี้ มาร์โก้ ร็อบบี้ ได้ร่วมอำนวยการสร้างฯ คู่กับ ไบรอัน อุนเคเลส และ ซู โครล อำนวยการสร้างบริหารฯ โดย วัลเตอร์ ฮามาดะ, กาเล็น เวสแมน, จอฟฟ์ จอห์นส, ฮานส์ ริตเตอร์ และ เดวิด เอเยอร์ เข้าฉาย 6 กุมภาพันธ์ 2020 ในโรงภาพยนตร์

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์ 

หนังออนไลน์ : ไรอัน เรย์โนลส์ เป็นฮีโร่ปกป้องโลก ในภาพยนตร์เรื่อง “Free Guy ขอสักทีพี่จะเป็นฮีโร่!”

ค่าย 20th Century Fox และ Disney Pictures ได้ทำการปล่อยตัวอย่างแรกของหนังตลก แอ็คชั่น มันส์ ฮา ในชื่อ Free Guy ที่มาในชื่อภาษาไทยว่า “ขอสักทีพี่จะเป็นฮีโร่” นำแสดงโดยนักแสดงสุดกวนชื่อดังที่ใครๆต่างรู้จักกันดีอย่าง ไรอัน เรย์โนลส์ (Ryan Reynolds) จากบทบาทซูเปอร์ฮีโร่สุดกวนอย่าง 

Deadpool และอีกมากมาย. นอกจากตัวอย่างแล้ว ทางค่ายยังทำการปล่อยคลิปโปรโมท และโปสเตอร์ใหม่สุดงามอีกด้วย

Free Guy เป็นเรื่องราวของนายธนาคารหนุ่มสุดเหงาผู้ค้นพบว่าจริงๆแล้วตัวเองเป็นเพียงแค่ตัวละครพื้นหลัง (NPC) ภายในวิดีโอเกมส์โอเพ่นเวิร์ลเท่านั้น และเขาจะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สร้างเกมส์ปิดเกมส์นี้ลง และในภารกิจนี้เขาก็ได้ความช่วยเหลือจากอวตารผู้เล่นคนอื่นด้วย

นอกจากนี้ Free Guy ยังร่วมแสดงโดย Jodie Comer, Lil Rel Howery, Taika Waititi, Utkarsh Ambudkar และ Joe Keery. Free Guy เป็นการกำกับโดย Shawn Levy และเขียนบทโดย Matt Lieberman

ภายในงานเปิดตัว ตัวอย่างแรกของหนังในงาน CCXP. ไรอัน เรย์โนลส์ ได้บอกกับแฟนๆแบบกวนๆว่า

“เราอยากจะนำโลกที่ทันสมัยแห่งนี้ย้อนกลับไปสู่โลกอนาคตที่ทันสมัยสำหรับคนรุ่นใหม่อีกรุ่นหนึ่งครับ. Free Guy คือหนังที่ผมชื่นชอบมากที่สุดเท่าที่ผมเคยสร้างมา และมันก็มีความหมายสำหรับผมมากๆ เพราะผมเองก็เป็นคนสร้าง Deadpool ครับ”

Free Guy ขอสักทีพี่จะเป็นฮีโร่ วางแผนเข้าฉาย 2 กรกฎาคม 2020 ในโรงภาพยนตร์

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์ 

หนังออนไลน์ : ทาสแมวอย่างแท้จริง เทย์เลอร์ สวิฟท์ ยก “แมว” ให้เป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต

เป็นที่รู้กันว่าเทย์เลอร์คือนักร้องสาวที่เป็นทาสแมวอย่างแท้จริง โดยเธอเป็นเจ้าของน้องแมวที่น่ารักสองตัวคือ โอลิเวีย (Olivia) และเมเรดิธ (Meredith ) เทย์เลอร์มักจะกล่าวถึงน้องแมวสองตัวของเธออยู่ตลอดเวลา และล่าสุดเธอก็ได้ยกย่องพวกมันให้เป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต การประพฤติตน และยังเป็นแรงบันดาลใจในการสร้าผลลงานเพลงและศิลปะส่วนตัวของเธออีกด้วย

โดยในคลิปวิดีโอล่าสุดที่เธอให้สัมภาษณ์ เธอได้พูดยกย่องน้องแมวของเธอดังนี้ “น้องแมวของฉันสองตัวคือความสำคัญอันดับหนึ่งของฉัน อิทธิพลสำคัญซึ่งส่งผลต่อชีวิตของฉันมากที่สุดคือน้องแมวทั้งสองตัวนี้นี่แหละ ฉันหมกมุ่นกับพวกมันมากค่ะ บอกตรงๆ ฉันมีความสุขสุดๆเวลาได้อยู่กับพวกมัน รู้ไหมคะว่า ฉันรักแมวมากขนาดที่ว่าเมื่อมีคนเสนอบทในภาพยนตร์ที่ชื่อ cats ให้ ฉันก็รับเล่นโดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้นเลยค่ะ สำหรับฉัน มันคือภารกิจที่ต้องทำเพื่อทาสแมวทั้งปวง”

ภาพยนตร์เรื่องที่ว่านี้คือเรื่อง Cats ซึ่งเป็นการดัดแปลงมาจากละครบรอดเวย์ชื่อดัง ซึ่งเทย์เลอร์ก็จะได้โชว์เสียงหวานใสของเธออย่างเต็มที่ นอกจากนี้หนังยังได้ตัวแม่เสียงทรงพลังอย่างเจนนิเฟอร์ ฮัดสัน (Jennifer Hudson) มาร่วมแสดงอีกด้วย

นอกจากนี้เทย์เลอร์ยังได้เผยเหตุผลของความรักแมวไว้อีกว่า “เหตุผลที่ฉันรักแมวมาก ก็เพราะลักษณะนิสัยของพวกมันค่ะ แมวจะมีความหยิ่งทระนงในศักดิ์ศรีของตนเองและรักอิสระมากๆ พวกมันไม่ได้ต้องการมนุษย์ตลอดเวลา สังเกตไหมคะว่า แมวจะมีชีวิตเป็นของตนเองโดยไม่ต้องง้อมนุษย์ แต่เป็นพวกเราต่างหากที่ต้องเข้าหาพวกมัน และถ้าพวกมันเกิดอารมณ์ดีขึ้นมา มันก็จะยอมให้พวกเราเล่นด้วย ฉันจึงคิดว่านี่เป็นวิธีการใช้ชีวิตที่ดีเหลือเกิน และฉันอยากเป็นแบบพวกมันให้ได้บ้างเช่นกันค่ะ”

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์ 

หนังออนไลน์ : เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน หวนคืนสู่จอภาพยนตร์ในหนังสร้างจากมิวสิคัลอีกครั้งในเรื่อง Cats

เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน นักร้องนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์ Dreamgirls ปี 2007 ซึ่งในปีนั้น ฮัดสัน ได้ฝากการแสดงอันน่าจดจำผ่านบทของแอล์ฟฟี่ สาวนักร้องผิวสีท่ามกลางอุตสาหกรรมเพลงสุดพลิกผัน โดยเธอต้องร้องเพลง Solo ที่หลายคนบอกว่าเป็นหนึ่งในซีนยอดเยี่ยมตลอดกาลนั่นคือ  And I Am Telling You I’m Not Going

ในปีนี้ เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน หวนคืนสู่จอภาพยนตร์ในหนังสร้างจากมิวสิคัลอีกครั้งในเรื่อง Cats โดยในเรื่องนี้เธอรับบทเป็นกิซซาเบลล่า แมวเอกของเรื่องที่เคยผ่านคืนวันอันรุ่งโรจน์สู่วันที่แสนตกต่ำและหม่นหมอง โดยบทนี้ เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน  จะต้องร้องเพลง Solo คือเพลง Memory ที่เป็นอีกเพลงขึ้นหิ้งในตำนานของวงการละครเพลงบรอดเวย์ด้วย

Cats จากละครเวทีสุดคลาสสิคของแอนดรูว์ ลอยด์ เวบเบอร์ สู่ภาพยนตร์มิวสิคัลสุดอลังการโดยเจ้าของรางวัลออสการ์ ทอม ฮูเปอร์ ผู้กำกับที่เคยมีผลงานอย่าง The King’s Speech, Les Misérables และ The Danish Girl คริสต์มาสนี้ เตรียมพบกับ Cats แคทส์ ภาพยนตร์นำแสดงโดย เจมส์ คอร์เดน, จูดี้ เดนช์, เจสัน เดอรูโล, อิดริส เอลบา, เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน, เอียน แมคเคลเลน, เทย์เลอร์ สวิฟท์, เรเบล วิลสัน, และขอแนะนำฟรานเชสกา เฮย์เวิร์ด นักเต้นจากรอยัลบัลเลต์ซี่งมาแสดงภาพยนตร์เป็นครั้งแรก

เข้าฉาย 25 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์ 

ดูหนัง ไซไฟ ที่น้ำตาท่วมจอ “อินเตอร์สเตลลาร์ ทะยานดาวกู้โลก : Interstellar (2014)”

“Interstellar” หรือชื่อไทย “ทะยานดาวกู้โลก” การกลับมาของ “คริสโตเฟอร์ โนแลน” ผู้กำกับและผู้เขียนบทชื่อดัง คอหนังแอดเวนเจอร์ไซไฟไม่ควรพลาด กับภารกิจ “กอบกู้โลก” อันแสนยากลำบาก ทรหดและเหนือกาลเวลา

เมื่อโลกกำลังจะอดตาย ภารกิจกอบกู้จึงต้องถือกำเนิด

ภารกิจ “กอบกู้โลก” ไม่ใช่แค่ภารกิจยอดฮิตของเหล่า “ซุปเปอร์ฮีโร่” ในตำนานอีกต่อไป แต่ “Interstellar” กำลังทำให้ทุกคนเห็น ว่าเมื่อโลกต้องเผชิญมหันตภัยเลวร้าย อดอยาก แร้นแค้นและเต็มไปด้วยโรคร้าย คร่าชีวิตมนุษย์นับหมื่นนับแสนจนอาจถึงคราวดับสูญ โลกก็ต้องการ “ฮีโร่” หรือ “วีรบุรุษ” เพื่อกู้สถานการณ์ของมวลมนุษยชาติให้คงอยู่ตลอดไป

ว่าด้วยชื่อเรื่อง “Interstellar”

ก่อนจะว่ากันถึงเนื้อหาและความเป็นมาของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี ขออนุญาตเคลียร์เรื่องชื่อ “Interstellar” กันสักนิดดีกว่า…ความหมายตามพจนานุกรมทั่วไปนั้นหมายถึง “ท่ามกลาง” หรือ “ระหว่าง” ดวงดาว ซึ่งโดยรวมๆ ก็เข้ากับเนื้อเรื่องดีค่ะ เพราะทั้งเรื่องโฟกัสไปที่การเดินทางไปในห้วงอวกาศ เพื่อตามหาดาวอีกดวงให้ชาวโลกได้ลี้ภัย

การกลับมาของ “คริสโตเฟอร์ โนแลน”

“Interstellar” กำกับและเขียนบทภาพยนตร์โดย “คริสโตเฟอร์ โนแลน” (Christopher Nolan) เจ้าของผลงานชื่อก้องโลกอย่าง “Inception” (2010) “Batman Begins” (2005) “The Dark Knight” (2008) และ “The Dark Knight Rises” (2012) แค่ชื่อผลงานที่ผ่านมา ก็ทำให้แฟนๆ หลายคนแทบอดใจรอชมไม่ไหว ซึ่งก็อลังการงานสร้าง สมการรอคอยค่ะ แต่ขอบอกเลยว่าดูไม่ง่าย และหากใครคาดหวังจะเจอหนังแอ็กชั่นฟรุ้งฟริ้งบนอวกาศ คงต้องผิดหวังค่ะ เพราะเหล่าตัวละครไม่ได้กอบกู้โลกจากเหล่าร้าย แต่ตระเวน 

“สำรวจ” โลกใหม่เพื่อรักษาเผ่าพันธุ์มนุษย์ไว้ต่างหาก

“แมทธิว แม็คคอนาเฮย์” กับบทบาท “นักบินอวกาศ” กู้โลก

และนักแสดงที่มารับบท “คูปเปอร์” (Cooper) วีรบุรุษกู้โลกใน “Interstellar” ได้แก่ ดาราหนุ่มเจ้าบทบาท “แมทธิว แม็คคอนาเฮย์” (Matthew McConaughey) ร่วมด้วย “แอนน์ แฮทธาเวย์” (Anne Hathaway) ในบทของ “ดร. เอมิเลีย แบรนด์” (Dr. Amelia Brand) สองหนุ่มสาวตะลุยสำรวจอวกาศ ตามหาดาวดวงใหม่ให้แก่ชาวโลก โดยไม่รู้เลยว่ากำลังจะค้นพบความจริง (อันน่าเศร้า) บางอย่าง

ร่วมด้วยนักแสดงคุณภาพมากมาย ทำให้ “ภารกิจ” กู้โลกลุล่วง

อีกหนึ่งนักแสดงคนสำคัญ ที่คงไม่พูดถึงไม่ได้ “เจสสิกา แชสเทน” (Jessica Chastain) ดาราสาวเจ้าของรางวัล Golden Globes จาก “Zero Dark Thirty” (2012) เรื่องนี้เธอรับบท “เมิร์ฟ” (Murph) ลูกสาวคนเล็กของคูปเปอร์ โดยเธอมารับบทตอนโต ต่อจากดารารุ่นเด็กในบทเดียวกัน “แมคเคนซี ฟอย” (Mackenzie Foy ดาราเด็กที่เคยรับบท “เรเนสเม่” จากภาพยนตร์ชุดทไวไลท์)…คาแรกเตอร์ของ “เมิร์ฟ” ถือว่าน่าสนใจมาก และถือเป็นตัวแปรสำคัญ ทำให้ภารกิจกู้โลกของคูปเปอร์และด็อกเตอร์แบรนด์เป็นจริงขึ้นมา

หนัง Sci-Fi น้ำตาท่วมจอ

สำหรับใครที่กลัวความรู้สึกอึดอัดและตึงเครียดจากบรรยากาศกอบกู้โลก หรือกลัวจะสำลักศัพท์แสง (นอกโลก) ทางดาราศาสตร์ (ไม่ว่าจะเป็น รูหนอน กาแกนทัวร์ ไบนารี่ ฯลฯ) ขอบอกว่าเรื่องนี้ก็มีอารมณ์ดราม่ามาช่วยเบรกอารมณ์เป็นระยะๆ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกสาว ที่เรียกคะแนนความสงสารและน้ำตาได้เป็นถังๆ…ไม่เชื่อลองไปพิสูจน์ รับรองได้ว่าบีบหัวใจและน่าจะรักพ่อมากขึ้นอีกหลายเท่าตัวทีเดียว

ภารกิจกู้โลก…เหนือกาลเวลา

ภารกิจของคูปเปอร์ (แมทธิว แม็คคอนาเฮย์) จะสำเร็จหรือไม่? คุณผู้อ่านคงต้องไปพิสูจน์กันในโรงภาพยนตร์ รับรองว่าไม่เป็นการเสียเวลา เพราะคุณภาพคับจอคับใจจริงๆ แต่ขอเตือนไว้ก่อน ว่าภาพยนตร์ค่อนข้างยาว เกือบๆ 3 ชั่วโมง และคงต้องตั้งใจดูสักหน่อย เพราะเต็มไปด้วยคำศัพท์แปลกหูจากสถานการณ์นอกโลกมากมาย จนอาจทำให้เมา แต่คงแค่กึ่มๆเท่านั้นล่ะค่ะ…ให้พอเคลิ้มๆ ดื่มด่ำกับบรรยากาศ “ท่ามกลางดวงดาว” จนลืมวันลืมคืนกันเลยทีเดียว

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูหนัง 

ดูหนัง : แสนจะยาวนาน เหตุการณ์ใน The Eternals จะเกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 7,000 ปี

 ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราได้เห็นหลากหลายแง่มุมของภาพยนตร์จาก Marvel Cinematic Universe เมื่อเราคิดว่าเราได้เห็นทุกมุมของพวกเขาแล้ว พวกเขาก็มักจะสร้างความประหลาดใจในการนำเสนอแนวทางใหม่ ๆ ของภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ให้เราได้ชมกันเสมอ เช่นเดียวกับภาพยนตร์เรื่อง The Eternals ที่กำลังจะมาถึงในปี 2020 นี้ กับเรื่องราวที่พวกเขากล่าวว่าจะเป็นการเปิดประตูบานใหม่ที่แสนยิ่งใหญ่ให้กับ Marvel เฟสที่ 4 และจากข้อมูลล่าสุดที่ออกมาก็ดูเหมือนว่ามันจะยิ่งใหญ่กว่าที่เราคิดเสียอีก

  เควิน ไฟกี ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมที่เพิ่มความ Hype ให้กับแฟนมาร์เวลที่เฝ้ารอภาพยนตร์เรื่อง The Eternals มากขึ้นไปอีก นั่นคือ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเล่าเรื่องราวผ่านระยะเวลากว่า 7,000 ปี เพื่อแสดงให้เห็นตัวละครในหลากหลายสถานที่และเวลา

นั่นหมายความว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นการค้นลึกลงไปในอดีตของ Marvel Cinematic Universe มากกว่าทุกเรื่องที่ผ่านมา ซึ่งนั่นทำให้เป็นการเปิดกว้างอีกมากมายให้กับวิธีการเล่าเรื่องที่จะแตกต่างไปจากภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ

นอกจากนี้แล้วยังมีการคอนเฟิร์มแล้วด้วยว่า ตัวละครฝ่าย Deviants ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามกับเหล่า the Eternals จะถูกแนะนำอย่างเป็นทางการ โดยความเหมือนระหว่างดีเวียนส์ และอีเทอร์นัล คือ พวกเขาถูกสร้างขึ้นโดยสิ่งมีชีวิตที่เป็นดั่งเทพเจ้าแห่งจักรวาล เหล่าเซเลสเทียล แต่ต่างกันตรงที่อีเทอร์นัลเป็นการทดลองที่ประสบความสำเร็จ และดีเวียนส์เป็นความผิดพลาด เควิน ไฟกีย้ำอีกด้วยว่าความเป็นดีเวียนส์ จะต่างจากคอมิกส์อย่างแน่นอน

แต่ก่อนที่จะได้ไปเปิดประตูบานใหม่ใน The Eternals ที่จะเข้าฉายในช่วงปลายปี 2020 ช่วงซัมเมอร์ปีหน้ามาพบกับอีกเรื่องราวที่ถูกเก็บงำซ่อนไว้มาตลอดมากกว่า 10 ปี กับเรื่องราวของสายลับสาวนาตาชา โรมานอฟ ทั้งหมดจะออกมาเป็นอย่างไร เธอเตรียมคำตอบรอเอาไว้ให้กับพวกเราแล้วใน Black Widow กำหนดฉาย 30 เมษายน 2020

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูหนัง