ดูซีรีย์ : รีวิวมีอะไรน่าสนใจในหนังที่ Mulan เผยตัวร้าย เรื่องราวใหม่ต่างจากแอนิเมชั่น

หลังจากปล่อย Teaser ของภาพยนตร์เรื่อง Mulan ให้ได้ชมกันไปก่อนหน้านี้สักระยะหนึ่งแล้ว ในที่สุด Walt Disney Studios ก็ได้ปล่อยตัวอย่างฉบับเต็มของภาพยนตร์ฉบับคนแสดงเรื่องนี้ให้ทุกคนได้ชมกัน กับเรื่องราวสุดแสนประทับใจในฉบับแอนิเมชั่น กลับมาด้วยฝีมือการแสดงของหลิวอี้เฟย ในบท ฮัวมู่หลาน หลายฉากแทบจะถอดแบบมาจากแอนิเมชั่น ในขณะที่หลายฉากก็ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมเข้าไปใหม่ วันนี้เราจะพาไปดูกันว่ามันมีอะไรน่าสนใจในตัวอย่างฉบับเต็มนี้บ้าง

เริ่มจากคู่หูของมู่หลาน ที่ในฉบับแอนิเมชั่นเป็นเจ้ามังกรมูซู แต่ในเวอร์ชั่นนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นนกฟีนิกซ์แทน โดยในฉากนี้ พ่อของมู่หลานก็ได้อธิบายความสำคัญของนกฟีนิกซ์ว่าสาเหตุที่มันอยู่เคียงข้างกับองค์มหาจักรรดิ เพราะมันคือองครักษ์ข้างกายของพระองค์

ภาพตัดกลับมาเป็นฉากที่แทบจะถอดแบบมาจากแอนิเมชั่นกับ การฝึกฝนหน้าที่ของแม่บ้านแม่เรือน เพื่อเตรียมตัวมู่หลานให้พร้อมกับการออกเรือน

นี่คือ บอริ ข่าน ข้าศึกที่บุกมาจากทางตอนเหนือ มีความเป็นไปได้ว่าในภาพยนตร์จะอ้างอิงจากชาวมองโกล แตกต่างจากในแอนิเมชั่นที่เป็นชาวฮั่น โดยข้างกายของบอริ ข่านก็จะมีแม่มด Xian Lang แม่มดที่สามารถแปลงกายเป็นนกอินทรีได้ ซึ่งตรงกับฉบับแอนิเมชั่นที่แม่ทัพฮั่นที่บุกมานั้นก็จะมีนกอินทรีคู่กายด้วยเช่นกัน

เจ็ท ลี ในบทบาทขององค์มหาจักรรพดิ ที่ได้รับรายงานว่ามีข้าศึกบุกมาจากทางเหนือของดินแดน นั่นทำให้พระองค์ออกคำสั่งให้เกณฑ์ไพร่พลมาเป็นทหาร เมื่อมาถึงหมู่บ้านของมู่หลาน ครอบครัวนี้มีผู้เป็นพ่อเท่านั้นที่เป็นผู้ชายเพียงคนเดียว เพื่อเกียรติยศเขาจึงต้องอาสาด้วยตัวเอง แน่นอนว่ามู่หลานไม่ยอม

เช้าวันรุ่งขึ้น ครอบครัวที่ไม่เห็นมู่หลาน จึงรู้ได้ทันทีว่าลูกสาวของพวกเขาได้ปลอมตัวเป็นผู้ชายไปร่วมศึกเสียแล้ว ผู้เป็นพ่อจึงได้ขอพรจากบรรพบุรุษเพื่อให้ปกป้องมู่หลาน และดูเหมือนว่าบรรพบุรุษนั้นจะเป็นเจ้านกฟีนิกซ์ตัวนี้นี่เอง

เมื่อมาถึงค่ายฝึกฝน มู่หลานก็ได้ฝึกเป็นทหารเต็มตัว พร้อมกับปิดบังตัวตนความเป็นหญิงของตัวเองเอาไว้ แต่ดูเหมือนว่าคนที่จะรู้ตัวตนของมู่หลานจะเป็นเซียนหลาง แม่มดนกอินทรีตนนี้ ในภาพยนตร์นี้เราคงได้เห็นทั้งคู่เข้าปะทะจัดเต็มกันอย่างแน่นอน

ท้ายที่สุดแล้ว มู่หลานก็ยอมรับและเปิดเผยตัวตน เธอเข้าเผชิญหน้ากับข้าศึกอย่างไม่หวาดกลัว และตอนนี้เธอพร้อมแล้วที่จะนำเกียรติยศมาสู่แผ่นดินจีนทั้งมวล

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูซีรีย์ 

ดูซีรีย์ : แสนยานุภาพแท้จริง ของเหล่าเทพเจ้าจักรวาล ความยิ่งใหญ่ของภาพยนตร์ The Eternals

Marvel Cinematic Universe เฟสที่ 3 ในสิ้นสุดลงไปอย่างเป็นทางการแล้วใน Avengers: Endgame ในปี 2020 ที่จะถึงนี้จึงนับเป็นก้าวใหม่ก้าวต่อไปของเฟรนไชส์สุดใหญ่ยักษ์นี้ อย่างที่ทราบว่าในปีหน้าจะมีภาพยนตร์จากมาร์เวลเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เพียง 2 เรื่องเท่านั้น เริ่มต้นที่กลางปีด้วย Black Widow กับเรื่องราวที่เราไม่เคยรู้ของนาตาชา โรมานอฟ และปลายปีกับ The Eternals ภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวใหม่ล่าสุด และจะเป็นประตูบานใหญ่ที่ต้อนรับทุกคนเข้าสู่โฉมหน้าที่ไม่เหมือนเดิมของ Marvel เฟสที่ 4

เว็บไซต์ ComicBook.com ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่อง The Eternals โดยเควิน ไฟกีประธานใหญ่ของ Marvel Studios เขาได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ถึงความสัมพันธ์ของทีมตัวละคร the Eternals กับเหล่า the Avengers แถมแง้มถึงพลังความสามารถของเหล่าเทพเจ้าแห่งจักรวาล Celestial ด้วย

“พวก the Eternals รู้ถึงการมีอยู่ของ the Avengers นะครับ แต่อเวนเจอร์สไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับพวกเขาเท่าไร…อย่างน้อยก็ในตอนนี้ พวกเซเลสเชียลจะเป็นส่วนสำคัญของเรื่องราว คุณได้เห็นส่วนเล็ก ๆ ของเซเลสเทียลไปแล้วใน Guardians of the Galaxy ดินแดนโนแวร์เป็นเพียงแค่หัวของเซเลสเชียลเท่านั้น เราจะได้เห็นเซเลสเชียลแบบเต็มตัว ร่างใหญ่ยักษ์ทรงพลังในหนัง The Eternals เรื่องนี้”

แม้ว่าจะมีการเปิดเผยออกมาเช่นนี้ แต่เราทราบเรื่องราวเกี่ยวกับเนื้อหาของภาพยนตร์ the Eternals น้อยมาก เรารู้แค่เพียงว่านี่จะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตอันไกลโพ้นของโลก และมีบางส่วนที่เป็นเนื้อเรื่องเกิดขึ้นใกล้เคียงกับยุคสมัยในปัจจุบันด้วย อย่างไรก็ตามยังมีเวลาเหลืออยู่อีกพอสมควรจนกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าฉายในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2020

แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น กลางปีหน้ามาพบกับเรื่องราวของนาตาชา โรมานอฟ ที่เธอต้องหลบหนีไปสะสางอดีตหลังเกิดเหตุการณ์ใน Captain America: Civil War ก่อนที่เธอจะย้อมผมบลอนด์ไปร่วมทีมใน 

Avengers: Infinity Wars กับภาพยนตร์ที่เราจะได้ไปเห็นทุกแง่มุมของสายลับรหัสแม่ม่ายดำ Black 

Widow วางกำหนดฉายเอาไว้ 30 เมษายน 2020

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูซีรีย์

ดูซีรีย์ : นักแสดงนำ 3 ตัวหลัก ยืนยันจะไม่กลับมาในหนัก Star Wars อีก หลังสิ้นสุดยุคสกายวอล์คเกอร์

Star Wars ภาคใหม่ล่าสุดที่กำลังจะมาถึงอย่าง Star Wars: The Rise of Skywalker ที่นอกจากจะเป็นภาคที่ปิดฉากเรื่องราวของ Star Wars ไตรภาคยุคใหม่ ที่เริ่มต้นโดย Force Awaken และต่อด้วย Last Jedi แล้ว มันยังจะเป็นภาคที่ 9 ที่จะเป็นการปิดฉากเรื่องราวทั้งหมดของเฟรนไชส์ Star Wars ที่เคยมีมา ในชื่อของตำนานอย่าง Skywalker Saga ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1977 อีกด้วย

และนอกจากนี้ถึงแม้ว่าจะมีข่าวยืนยันอย่างเป็นทางการ ว่าแม้มันจะเป็นการปิดฉาก Saga แรก แต่ เฟรนไชส์ Star Wars ก็จะยังเดินหน้าต่อไปข้างหน้า แต่ในวันนี้ดูเหมือนว่าจะมีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า 3 นักแสดงหลักยุคไตรภาคใหม่อย่าง Daisy Ridley ในบท Rey, John Boyega ในบท Finn และ Oscar Isaac ในบท Poe จะไม่ร่วมเดินทางต่อในเฟรนไชส์ Star Wars ยุคต่อไป เพราะจากการให้สัมภาษณ์ที่ชัดเจนคาดว่า The Rise of Skywalker จะเป็นภาคที่สิ้นสุดบทบาทของพวกเขาเหมือนกัน

จากการพูดคุยกับสื่อ Variety. Boyega ได้บอกว่า เขาไม่ได้มีแผนที่จะไปโผล่ในซีรี่ย์ Star Wars อย่างเช่น The Mandalorian เลย “ผมไม่ได้เข้าไปอยู่ในซีรี่ย์ Disney+ ครับ แต่ผมดูมันนะ” และเขาก็ได้พูดเพิ่มเติมว่า หาก Ridley และ Isaac กลับมาในเฟรนไชส์อีกครั้ง เขาก็พร้อมจะกลับมาเหมือนกัน. แต่ดูเหมือนว่าอีก 2 นักแสดงจะรู้สึกอิ่มตัวกับเฟรนไชส์นี้แล้ว…

Isaac ได้บอกว่า “ผมรู้สึกมีความสุขและเต็มอิ่มมากที่งานได้สำเร็จลุล่วง. และผมก็จินตนาการไม่ออกว่าอะไรจะทำให้ผมต้องการจะทำมันอีกครั้งหรือกลับมาเยี่ยมเยือนเฟรนไชส์นี้ในอนาคตครับ”

Ridley บอกว่า “จากใจจริงๆเลยนะ คือฉันไม่รู้เลยว่าจะมีอะไรนอกเหนือไปจากภาคนี้อีกไหม ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องราวที่ดีมากแล้ว และเป็นการปิดฉากที่ดีมากๆ และแม้ว่าจะเห็นได้ชัดว่าเหล่าตัวละครจะยังมีตัวตนอยู่ต่อไป และอาจจะมีโอกาสพิเศษที่จะได้กลับมา แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเป็นไปได้หรือเปล่านะ”

ไม่แน่ว่าบทของทั้ง 3 จะต้องปิดฉากลงกลายเป็นตำนานอีกยุคหนึ่ง ของเฟรนไชส์ Star Wars ในภาคนี้ เพื่อที่จะถูกพูดถึงในยุคต่อไปก็ได้นะ

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูซีรีย์

ดูซีรีย์ : คริสเตียน เบลกวาดทุกซีนอยู่หมัด โคตรเดือด โคตรมันส์ ในภาพยนตร์เรื่อง Ford V Ferrari

ในโลกภาพยนตร์มีภาพยนตร์แนวซิ่งรถประลองความเร็วอยู่มากมาย แต่เชื่อเราเถอะว่ายังไม่มีภาพยนตร์แข่งรถเรื่องไหนที่เดือดดาล และหนักแน่นไปทุกส่วนของอารมณ์เท่า Ford V Ferrari ภาพยนตร์ที่หน้าหนังอาจจะดูเป็นความดราม่าชีวิตที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่ภายในอัดแน่นไปด้วยความแรงระดับหลายร้อยแรงม้า ไม่เพียงแค่การปะทะบทบาทกันระหว่างแมตต์ เดม่อน กับคริสเตียน เบลเท่านั้น แต่ฉากแข่งรถในศึก the Le Mans การแข่งรถที่โหดหินที่สุดในโลกก็ยังสุดมันส์ ชวนให้ลุ้นทุกขณะ

  Ford V Ferrari เป็นเรื่องราวศึกการแข่งขันระหว่างสองยักษ์ใหญ่วงการรถยนต์ Ford และ Ferrari ในช่วงที่ฟอร์ดกำลังประสบปัญหาขาดทุนหนักจนสุ่มเสี่ยงต้องปิดกิจการ พวกเขาตั้งมั่นจะซื้อกิจการของ Ferrari ที่โดดเด่นคว้าชัยการแข่งรถที่โหดหินที่สุดมาได้ 4 ปีซ้อน แต่แน่นอนว่าเฟอร์รารีปฏิเสธพร้อมเหยียดหยามอย่างหนัก นั่นทำให้ฟอร์ดฉุนหนักจนตัดสินใจตั้งทีมแข่งรถของตัวเอง และมีเป้าหมายในการขยี้เฟอร์รารีให้สิ้นซากในการแข่งขัน the Le Mans ครั้งต่อไป

ในขณะเดียวกัน อีกมุมหนึ่งเคน ไมล์ส นักแข่งและช่างซ่อมรถที่กำลังประสบปัญหาด้านการเงินจนอู่ซ่อมรถถูกยึด ก็ได้รับข้อเสนอจากเพื่อนสนิท แคร์โรล เชลบี้ อดีตนักแข่งอเมริกันคนเดียวที่เคยชนะรายการ the Le Mans มาได้ เคนใจอ่อนยอมร่วมเข้าสร้างทีมแข่งรถให้กับฟอร์ดที่พร้อมทุ่มทุนไม่อั้น แต่พวกเขาไม่เพียงแต่ต้องเผชิญหน้ากับศึกนอกกับเฟอร์รารี แต่ยังต้องเผชิญหน้ากับศึกภายในกับฟอร์ดด้วย นี่จึงเป็นบทพิสูจน์ทั้งมิตรภาพ ศักดิ์ศรี และความหลงใหลในการแข่งรถของพวกเขาทั้งคู่

สิ่งแรกที่ต้องชื่นชมเลยก็คือ การแสดงขอคริสเตียน เบล ในบทของเคน ไมล์ส นักแข่งรถเลือดร้อนฝีปากร้ายแต่ฝีมือก็ฉกาจฉกรรจ์ไม่มีใครเทียม แน่นอนว่าการแสดงที่เหมือนไม่ได้แสดงของเขายังคงตรึงตาพวกเราเอาไว้ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ เมื่อประกับคู่กับแมตต์ เดม่อน ในบทแคร์โรล เชลบี้ ที่ถ่ายทอดบทบาทของการเป็นตัวกลางที่ต้องเชื่อมระหว่างทีมแข่งของเขา กับผู้ให้ทุนอย่างฟอร์ด ทั้งหมดนำไปสู่บทสรุปของทั้งสองบทในตอนท้ายที่ชวนให้จุกอกแต่ก็ประทับใจได้อยู่ในทีเดียว

ฉากไฮไลท์ของภาพยนตร์อย่าง the Le Mans การแข่งขันรถที่โหดหินที่สุดในโลก ด้วยการที่นักแข่งจะต้องขับรถยนต์ทำความเร็วกันตลอด 24 ชั่วโมงของการแข่งขัน การแข่งที่ยาวนานแต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ตัดต่อและเรียบเรียงออกมาได้ตื่นเต้นไม่น่าเบื่อเลยแม้แต่น้อย มีจังหวะผ่อนหนักผ่อนเบา เร่งเร้าแข่งขันจนถึงขีดสุด ก่อนจะแลนด์ดิ้งลงด้วยบทสรุปของการแข่งขันที่ทำให้หนังเรื่องนี้ยอดเยี่ยมขึ้นไปอีกขั้น

ใครที่เคยประทับใจกับ Logan ที่กำกับโดย เจมส์ แมนโกลด์ ผู้กำกับคนเดียวกันกับภาพยนตร์เรื่องนี้ เราจะได้เห็นฝีมือของเขาอีกครั้ง ที่คราวนี้แม้จะไม่ได้มืดมนหรือหดหู่เหมือนกับโลแกน แต่ในภาพยนตร์เรื่องนี้เราจะได้เห็นจังหวะการกำกับของเขาที่ชวนให้ติดตาม 2 ชั่วโมงครึ่ง สมแล้วกับคำชื่นชมที่ได้รับมาอย่างล้นหลาม อย่างไรก็ตามอย่าปล่อยให้เราชวนเชื่อเพียงฝ่ายเดียว ไปพิสูจน์ความยอดเยี่ยมของ Ford V Ferrari กันได้แล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูซีรีย์

ดูซีรีย์ : ทำไม The Dark Knight ไม่มีภาค4 คริสเตียน เบล ออกมาเฉลย

ในปี 2005 ถือเป็นปีที่โลกภาพยนตร์ได้แบทแมนคนใหม่มาร่วมจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่ นั่นคือ แบทแมน ที่แสดงโดยคริสเตียน เบล และกำกับโดยคริสโตเฟอร์ โนแลน ถือเป็นภาพยนตร์แบทแมนที่ดัดแปลงจากคอมิกส์ฉบับที่  4 และได้กลายเป็นภาพยนตร์ชั้นเยี่ยมที่ได้รับการยอมรับทั้งนักวิจารณ์และตารางหนังทำเงิน ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นภาพยนตร์ไตรภาค ได้แก่ Batman Begins, The Dark Knight และ The Dark Knight Rises ด้วยความสำเร็จทั้งรายได้และความนิยม ทำให้เกิดคำถามว่าทำไมพวกเขาไม่สร้างต่อเนื่องเป็นภาคที่ 4

ล่าสุด คริสเตียน เบล ผู้รับบทบรูซ เวนย์ หรือ Batman ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้กับ Toronto Sun ระหว่างการโปรโมตภาพยนตร์เรื่องใหม่ Ford V Ferrari นักแสดงหนุ่มมากฝีมือผู้นี้ได้ให้คำตอบเอาไว้ว่า…

“ในตอนที่พวกเขาเข้ามาถามผมว่า ‘นายอยากแสดงอีกสักเรื่องไหม?’ มันยอดไปเลยนะครับ แต่ผมตอบไปว่า ‘นั่นสิ เราคงจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว’ จนพวกเขาเข้ามาพูดอีกว่า ‘โอเค งั้นสร้างภาค 3 ก่อนแล้วกัน’…

…คริสบอกผมอยู่เสมอเลยนะครับว่าถ้าเราโชคดีได้สร้างถึงภาคที่ 3 เราก็จะหยุดอยู่แค่นั้น เขาพูดว่า ‘จบแล้วก็เดินหน้ากันต่อเถอะ’ หลังจากนั้นพวกเขาก็เข้ามาพูดกับพวกเราอีกว่า ‘คิดว่าถ้าสร้างต่อภาค 4 เป็นยังไง’ ผมก็ตอบไปว่า ‘ไม่  เราต้องยึดตามที่คริสตั้งใจเอาไว้สิ ความฝันที่เขาอยากจะทำแค่ไตรภาค ไม่ขยายมันจนไกลกว่านั้น จนกลายเป็นอะไรที่มันมากเกินไป’”

ถือเป็นคำตอบที่ชัดเจนสำหรับไตรภาค Batman ของคริสโตเฟอร์ โนแลน ด้วยเนื้อเรื่องที่เดินทางมาสู่บทสรุปอย่างสมบูรณ์ แม้ว่าในเวอร์ชั่นนี้อาจจะจบลงไปแล้ว ก็เตรียมตัวพบกับ Batman ในเวอร์ชั่นการกำกับของแมตต์ รีฟ ที่จะได้โรเบิร์ต แพททินสันมารับช่วงบทบาทนี้ต่อไป

ส่วนใครที่อยากติดตามผลงานของคริสเตียน เบล ก็เตรียมพบกับภาพยนตร์เรื่องใหม่ Ford V Ferrari  กำหนดฉาย 5 ธันวาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูซีรีย์ 

หนังออนไลน์ : กัปตันอเมริกาแห่งรัสเซีย Red Guardian ตัวละครคนใหม่แห่ง MCU ในฉบับคอมิกส์คือสามีนาตาชา

จากตัวอย่างแรก Black Widow หนังเรื่องล่าสุดแห่งเฟรนไชส์ Marvel ที่กำลังจะมาถึง ที่นอกจากจากจะมีการเปิดเผยฉากแอ็คชั่นและเนื้องเรื่องที่น่าสนใจใหม่ๆมากมายแล้ว ภายในตัวอย่างยังมีการเปิดเผยบทบาทบางส่วนของเหล่านักแสดงหน้าใหม่ที่ได้เข้าร่วมจักรวาล MCU อย่างเป็นทางการอีกด้วย ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือ นักแสดงชายอย่าง เดวิด ฮาร์เบอร์ (David Harbour) จากซีรี่ย์ชื่อดัง The Stranger Things ที่เขาจะเข้ามารับบทเป็น Red Guardian หรือ Captain America แห่งรัสเซีย! ตามเวอร์ชั่น Comics

Red Guardian คือใคร

มีตัวละครหลายตัวจำนวนไม่น้อยเคยใช้ชื่อ Red Guardian แต่เขาคนนี้ที่จะมีบทบาทภายในหนัง Black Widow คือ Red Guardian ที่มีชื่อจริงว่า Alexi Shostakov. The Red Guardian คือชื่อของบุคคลที่ถูกตั้งให้เป็นตัวแทนเหมือนกับ Captain America แห่ง สหภาพโซเวียต เป็นวีรบุรุษประจำประเทศชาติ เขาจะมาพร้อมกับยูนิฟอร์มสีแดง และหน้ากากคล้ายกับ กัปตันอเมริกา บนชุดของเขามีดาวแห่งโซเวียตกลางอก และเขาเป็นชายที่แข็งแกร่ง ที่ได้รับการฝึกฝนขั้นสูงทั้งทักษะการต่อสู้ทางด้านร่างกาย กล้ามเนื้อ และสมอง

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือในเวอร์ชั่นคอมมิค Shostakov ยังเคยแต่งงานกับ นาตาชาด้วย ซึ่งหากพูดตามตรงแล้ว เป็นเพราะความสัมพันธ์นี้ของทั้งคู่นี่แหละที่เป็นสิ่งชี้นำให้ นาตาชา มอบชีวิตให้กับการเป็นสปายของ KGB

แล้ว Red Guardian เขาเป็นใคร? มีจุดประสงค์อะไร เป็นซูเปอร์ฮีโร่หรือเป็นวายร้าย? มีพลังอะไร? และมีอาวุธประจำกายแบบ Captain America หรือไม่? เราลองไปทำความรู้จักเขา ตามการอ้างอิงจากเวอร์ชั่น Comics กัน

พลัง ความสามารถ และอาวุธของ Red Guardian

จริงๆแล้วพลังของเขายังไม่ชัดเจนนัก. แต่ในเวอร์ชั่นคอมมิค กับการปะทะกันครั้งแรกระหว่าง Red Guardian และ Captain America ทั้งคู่ต่อสู้ได้อย่างสูสี ถึงขั้นทำให้ Cap ช็อคเนื่องจากความเร็วและการตอบโต้การโจมตีของแคป Red Guardian ตั้งรับและตามทันได้หมดเลย

Red Guardian บอกกับ Cap ว่า “ฉันถูกฝึกมาเพื่อให้เป็นนาย! ไม่ใช่แค่เพียงการลอกเลียนแบบ!”

Shostakov ใช้ดาวเหล็กขนาดใหญ่บนหน้าอกกลางชุดของเขาเป็นอาวุธในการขว้างโจมตี เหมือนกับการใช้โล่ของ Cap ในการโจมตี และแม่เหล็กที่อยู่บนมือของเขาจะดูดดาวเหล็กกลับมาหาเขา พลังการขว้างดาวของเขาไม่เพียงแค่ทำให้กัปตันอเมริกาต้องชะงักเท่านั้น แต่มันยังสามารถสร้างพลังโจมตีให้กับโล่ไวเบรเนี่ยมอีกด้วย

ก่อนที่จะมาเป็น Red Guardian. Shostakov เคยเป็นนักบินทดสอบแห่ง สหภาพโซเวียต มาก่อน นอกจากนี้ในเวอร์ชั่นคอมมิค  Shostakov ยังเคยใช้ชื่อของ โรนิน (Ronin) อีกด้วย

Black Widow เข้าฉาย 29 เมษายน 2020 ในโรงภาพยนตร์

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์ 

หนังออนไลน์ : ใครยังไม่ได้ดู แอนิเมชั่นจีนโคตรอลังการเต็มตาเต็มใจ สนุกมันส์สมราคาคุย “นาจา”

เราอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับแอนิเมชั่นทางฝั่งตะวันตก หรือหากจะเป็นทางฝั่งเอเชียก็จะเป็นจากประเทศญี่ปุ่น แต่ไม่บ่อยครั้งที่เราจะได้เห็นแอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์จากประเทศจีน และในปีนี้ก็เป็นปีของ นาจา (Ne Zha) ภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ถูกเคลมว่าทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาลในประเทศจีน พร้อมกับคำชมล้นหลามที่เทมาเป็นระลอกคลื่น ชวนให้เราสนใจและสงสัยเหลือเกินว่ามันจะสมราคาคุยหรือไม่ ทั้งหมดได้รับการพิสูจน์เมื่อเราได้เข้าไปชมในโรงภาพยนตร์

นาจา เป็นเรื่องราวของเด็กน้อยที่เกิดขึ้นมาโดยมีโอสถปีศาจอยู่ในตัว ทำให้เจ้าหนูคนนี้มีเกิดมาเพื่อมีเป้าหมายเดียวในการทำลายล้างโลก และจะถูกสังหารด้วยคาถาฟ้าพิโรธเมื่ออายุครบ 3 ปี นั่นคือสิ่งที่ชะตาฟ้าลิขิตเอาไว้ แต่ครอบครัวและอาจารย์ของนาจาพยายามที่จะใช้เวลาอันแสนสั้นนี้ทำให้นาจามีความสุข และพยายามหาทางแก้ไขลิขิตนั้น เมื่อนาจาเติบโตขึ้นเขาก็ต้องเผชิญกับอคติจากชาวเมืองที่มองว่าเขาเป็นปีศาจทำลายล้าง เป็นตัวอัปมงคลที่ต้องถูกกักขัง แม้ว่านาจาจะแสดงออกมาอย่างเกรี้ยวกราดแต่ในใจลึก ๆ เด็กน้อยคนนี้ต้องการเพียงการยอมรับเท่านั้น

ในวันที่นาจาอายุใกล้จะครบ 3 ปี เจ้าหนูน้อยได้พบกับอ๋าวปิ้ง อสูรเผ่าพันธุ์มังกรที่มีไข่มุกสวรรค์อยู่ในตัว พร้อมกับได้ความรับผิดชอบมาในการปกป้องและนำพาเผ่าพันธุ์มังกรไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง และเป้าหมายเดียวของอ๋าวปิ้งคือการทำลายโอสถปีศาจ ระหว่างการปะทะกับนาจาและปีศาจที่มาบุกเมือง นาจาได้ช่วยชีวิตอ๋าวปิ้ง ทำให้อ๋าวปิ้งเป็นหนี้บุญคุณของนาจา และเขาสาบานไว้ว่าจะตอบแทนอย่างแน่นอน โดยที่เขาไม่รู้เลยว่านาจาคือโอสถปีศาจที่ต้องทำลาย นั่นทำให้ท้ายที่สุดทั้งคู่ต้องปะทะกันอย่างเจ็บปวด ท่ามกลางคำถามที่ว่าเราจะมีชีวิตอยู่ท่ามกลางอคติของผู้คนได้อย่างไร?

อย่างแรกที่ต้องขอชื่นชมเลยก็คือ เทคนิคภาพที่สุดแสนจะอลังการ ใส่รายละเอียดของฉากและการต่อสู้ของทุกตัวละครออกมาได้อย่างเป็นเอกลักษณ์และเนียนตา ในส่วนของเนื้อเรื่อง ใครที่เคยติดตามอนิเมะหรือมังงะจากทางฝั่งญี่ปุ่นมีคุ้นตาอย่างแน่นอน เพราะมีกลิ่นอายเนื้อเรื่องและความรู้สึกในรูปแบบเดียวกัน แถมยังเป็นประเด็นที่ร่วมสมัย ไม่เพียงแค่แสดงให้เราเห็นว่า โชคชะตาไม่ใช่สิ่งที่กำหนดชีวิต แต่เป็นการกระทำของเราเองเท่านั้น หรือการไม่ปล่อยให้คำพูดของผู้อื่นมากำหนดชีวิตของเราเอง หรือสำคัญที่สุดคือความรักความเข้าใจใน และการเลี้ยงดูของครอบครัวส่งผลอย่างแรงกล้าถึงชีวิตของคน ๆ หนึ่ง

ท่ามกลางความมันส์ของฉากปะทะที่นำเสนอมาอย่างต่อเนื่อง หรือเนื้อหาภาพยนตร์ที่ชวนให้ขบคิดและเข้าถึงได้ง่ายแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่โดดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ มุกตลกที่ใส่รัวมาราวกับเป็นปืนกล ยิ่งได้ดูในเวอร์ชั่นพากย์ไทยขอบอกเลยว่ามีหลุดขำกันไม่น้อย แถมเสียงพากย์ยังเข้ากับตัวละครและเหมาะสมกับบรรยากาศของเรื่อง ทำให้เราเต็มอิ่มและเข้าใจได้ตลอดระยะเวลากว่า 1 ชั่วโมง 51 นาที

 นาจา นับเป็นแอนิเมชั่นที่พูดได้เต็มปากว่าสมราคาคุย จากการที่ทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาลในประเทศจีน ได้นำความสำเร็จนั้นเดินทางมาสู่ประเทศไทยแล้ว และเมื่อเราได้ไปพิสูจน์ก็สามารถยอมรับได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจว่านี่เป็นแอนิเมชั่นจีนชั้นเยี่ยม ที่กลมกล่อมไปด้วยทุกรสชาติของอารมณ์ นับเป็นภาพยนตร์ที่ดูได้ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ หลากหลายประเด็นสามารถเข้าถึงได้ทุกช่วงวัย เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่เราอยากแนะนำให้คุณได้ไปชมจริง ๆ กับ นาจา Ne Zha ฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์ 

หนังออนไลน์ : ฮาร์ลีย์ ควินน์ นำแก๊งค์ Birds of Prey จัดจ้านด้าน DC

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อพวกนางรวมตัวบน 2 โปสเตอร์ล่าสุด Birds of Prey (And the Fantabulous Emancipation of One Harley Quinn) – ทีมนกผู้ล่า กับฮาร์ลีย์ ควินน์ ผู้เริดเชิด ที่ตัวแม่สุดแสบ ฮาร์ลีย์ ควินน์ นำทีมเริดเชิดบนโปสเตอร์พร้อมด้วย แบล็ค คานารี, ฮันเทรส, เรเน่ มอนโตย่า และ แคสแซนดร้า ‘แคส’ เคน ไม่รู้ว่าพวกนางรวมตัวกันแล้วจะเกิดอะไรขึ้น แต่พอเห็นอินเนอร์แต่ละนางที่พร้อมฟาดนั้น บอกได้เลยว่าใครเห็นเป็นต้องหลบให้แน่นอน!

Birds of Prey (And the Fantabulous Emancipation of One Harley Quinn) ภาพยนตร์จาก วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส กำกับฯ โดย เคธี่ ยาน จากบทฯของ คริสติน่า ฮอดสัน ภาพยนตร์สร้างอิงจากตัวละครของ DC ที่ครั้งนี้ มาร์โก้ ร็อบบี้ ได้ร่วมอำนวยการสร้างฯ คู่กับ ไบรอัน อุนเคเลส และ ซู โครล อำนวยการสร้างบริหารฯ โดย วัลเตอร์ ฮามาดะ, กาเล็น เวสแมน, จอฟฟ์ จอห์นส, ฮานส์ ริตเตอร์ และ เดวิด เอเยอร์ เข้าฉาย 6 กุมภาพันธ์ 2020 ในโรงภาพยนตร์

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์ 

หนังออนไลน์ : ไรอัน เรย์โนลส์ เป็นฮีโร่ปกป้องโลก ในภาพยนตร์เรื่อง “Free Guy ขอสักทีพี่จะเป็นฮีโร่!”

ค่าย 20th Century Fox และ Disney Pictures ได้ทำการปล่อยตัวอย่างแรกของหนังตลก แอ็คชั่น มันส์ ฮา ในชื่อ Free Guy ที่มาในชื่อภาษาไทยว่า “ขอสักทีพี่จะเป็นฮีโร่” นำแสดงโดยนักแสดงสุดกวนชื่อดังที่ใครๆต่างรู้จักกันดีอย่าง ไรอัน เรย์โนลส์ (Ryan Reynolds) จากบทบาทซูเปอร์ฮีโร่สุดกวนอย่าง 

Deadpool และอีกมากมาย. นอกจากตัวอย่างแล้ว ทางค่ายยังทำการปล่อยคลิปโปรโมท และโปสเตอร์ใหม่สุดงามอีกด้วย

Free Guy เป็นเรื่องราวของนายธนาคารหนุ่มสุดเหงาผู้ค้นพบว่าจริงๆแล้วตัวเองเป็นเพียงแค่ตัวละครพื้นหลัง (NPC) ภายในวิดีโอเกมส์โอเพ่นเวิร์ลเท่านั้น และเขาจะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สร้างเกมส์ปิดเกมส์นี้ลง และในภารกิจนี้เขาก็ได้ความช่วยเหลือจากอวตารผู้เล่นคนอื่นด้วย

นอกจากนี้ Free Guy ยังร่วมแสดงโดย Jodie Comer, Lil Rel Howery, Taika Waititi, Utkarsh Ambudkar และ Joe Keery. Free Guy เป็นการกำกับโดย Shawn Levy และเขียนบทโดย Matt Lieberman

ภายในงานเปิดตัว ตัวอย่างแรกของหนังในงาน CCXP. ไรอัน เรย์โนลส์ ได้บอกกับแฟนๆแบบกวนๆว่า

“เราอยากจะนำโลกที่ทันสมัยแห่งนี้ย้อนกลับไปสู่โลกอนาคตที่ทันสมัยสำหรับคนรุ่นใหม่อีกรุ่นหนึ่งครับ. Free Guy คือหนังที่ผมชื่นชอบมากที่สุดเท่าที่ผมเคยสร้างมา และมันก็มีความหมายสำหรับผมมากๆ เพราะผมเองก็เป็นคนสร้าง Deadpool ครับ”

Free Guy ขอสักทีพี่จะเป็นฮีโร่ วางแผนเข้าฉาย 2 กรกฎาคม 2020 ในโรงภาพยนตร์

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์ 

หนังออนไลน์ : ทาสแมวอย่างแท้จริง เทย์เลอร์ สวิฟท์ ยก “แมว” ให้เป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต

เป็นที่รู้กันว่าเทย์เลอร์คือนักร้องสาวที่เป็นทาสแมวอย่างแท้จริง โดยเธอเป็นเจ้าของน้องแมวที่น่ารักสองตัวคือ โอลิเวีย (Olivia) และเมเรดิธ (Meredith ) เทย์เลอร์มักจะกล่าวถึงน้องแมวสองตัวของเธออยู่ตลอดเวลา และล่าสุดเธอก็ได้ยกย่องพวกมันให้เป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต การประพฤติตน และยังเป็นแรงบันดาลใจในการสร้าผลลงานเพลงและศิลปะส่วนตัวของเธออีกด้วย

โดยในคลิปวิดีโอล่าสุดที่เธอให้สัมภาษณ์ เธอได้พูดยกย่องน้องแมวของเธอดังนี้ “น้องแมวของฉันสองตัวคือความสำคัญอันดับหนึ่งของฉัน อิทธิพลสำคัญซึ่งส่งผลต่อชีวิตของฉันมากที่สุดคือน้องแมวทั้งสองตัวนี้นี่แหละ ฉันหมกมุ่นกับพวกมันมากค่ะ บอกตรงๆ ฉันมีความสุขสุดๆเวลาได้อยู่กับพวกมัน รู้ไหมคะว่า ฉันรักแมวมากขนาดที่ว่าเมื่อมีคนเสนอบทในภาพยนตร์ที่ชื่อ cats ให้ ฉันก็รับเล่นโดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้นเลยค่ะ สำหรับฉัน มันคือภารกิจที่ต้องทำเพื่อทาสแมวทั้งปวง”

ภาพยนตร์เรื่องที่ว่านี้คือเรื่อง Cats ซึ่งเป็นการดัดแปลงมาจากละครบรอดเวย์ชื่อดัง ซึ่งเทย์เลอร์ก็จะได้โชว์เสียงหวานใสของเธออย่างเต็มที่ นอกจากนี้หนังยังได้ตัวแม่เสียงทรงพลังอย่างเจนนิเฟอร์ ฮัดสัน (Jennifer Hudson) มาร่วมแสดงอีกด้วย

นอกจากนี้เทย์เลอร์ยังได้เผยเหตุผลของความรักแมวไว้อีกว่า “เหตุผลที่ฉันรักแมวมาก ก็เพราะลักษณะนิสัยของพวกมันค่ะ แมวจะมีความหยิ่งทระนงในศักดิ์ศรีของตนเองและรักอิสระมากๆ พวกมันไม่ได้ต้องการมนุษย์ตลอดเวลา สังเกตไหมคะว่า แมวจะมีชีวิตเป็นของตนเองโดยไม่ต้องง้อมนุษย์ แต่เป็นพวกเราต่างหากที่ต้องเข้าหาพวกมัน และถ้าพวกมันเกิดอารมณ์ดีขึ้นมา มันก็จะยอมให้พวกเราเล่นด้วย ฉันจึงคิดว่านี่เป็นวิธีการใช้ชีวิตที่ดีเหลือเกิน และฉันอยากเป็นแบบพวกมันให้ได้บ้างเช่นกันค่ะ”

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์