หนังออนไลน์ : กรี๊ดลั่นโรงแตก เทรนลุงกำลังมา คอนเฟิร์ม 100% ในเสี่ยงนักรักมั้ยลุง?

ท้ายปีแบบนี้ หากได้ภาพยนตร์ฟีลกู๊ดมาเติมพลังใจมันย่อมเป็นสิ่งดี ๆ มาช่วยเสริมก้าวใหม่ให้กับปีข้างหน้าที่กำลังจะมาถึง และในระยะนี้ก็มีภาพยนตร์หนึ่งเรื่องที่น่าสนใจ นั่นคือ ฮาร์ทบีท เสี่ยงนักรักมั้ยลุง ภาพยนตร์ที่จะพาเราไปฟินกับเรื่องราวความรักต่างวัยที่จะชวนให้ฟินจิกเบาะ กับการกลับมาทวงบัลลังก์ความหล่อทะลุแป้งของพี่เคน ธีรเดช ซึ่งล่าสุดได้มีผู้ชมบางส่วนได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว และทุกคนก็ออกมาคอนเฟิร์มตรงกันว่าตอนนี้เทรนลุงกำลังมา! เพราะเสน่ห์ของพี่เคนทะลุฝ่าทุกความหนาวมาเกาะกุมทุกหัวใจ พวกเขาว่าอย่างไรบ้างไปดูกัน

เรื่องย่อ

เมื่อ “ชัย” (เคน ธีรเดช) อยากออกจากโลกใบเดิม และระหว่างทางดันเจอ “น้ำหวาน” (พรอยมน มนสภรณ์) สาวน้อยต่างวัยเปรียบเสมือนอยู่โลกใบใหม่ เข้ามาปั่นและป่วนหัวใจผู้ชายนิสัยลุงๆ กับความรักครั้งนี้..ระวังหัวใจให้ดี อาจมีเต้นผิดจังหวะ

ภาพยนตร์รักที่จะทำ ให้คุณกล้าเสี่ยงเพื่อคนที่คุณรัก ปลายปีนี้เตรียมเช็คสถานะหัวใจ พร้อม “เสี่ยง” ไปกับโลกใบใหม่ แม้ต่างวัยแต่หัวใจมันเรียกร้อง ปักมุดรอ

“พี่เคน” Comeback!! กับภาพยนตร์รักหน้าหนาวว้าวใจ พี่เคนจะพาสาวๆ ไป “เสี่ยง” กับโลกใบใหม่ ในแบบที่คุณอยากดู และไม่เคยเห็น เตรียมเช็คสถานะหัวใจให้ดี 12 ธันวาคมนี้ ถ้ากล้า “เสี่ยง” เราจะไม่ “โสด”

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์ 

หนังออนไลน์ : วิน ดีเซล ออกมามายืนยันแล้วว่า มกราคม 2020 Fast 9 มาแน่!

หลังจากที่ถ่ายทำเสร็จไปได้ซักระยะหนึ่งแล้ว ในที่สุดวันนี้ Fast 9 ก็เตรียมปล่อยตัวอย่างแรกออกมายั่วแฟนๆกันแล้ว โดยข่าวนี้ไม่ใช่ข่าวลือแน่นอน เพราะมันเป็นการยืนยันโดยนักแสดงหลักผู้เป็นคนบุกเบิกเฟรนไชส์นี้ด้วยตนเองมาตั้งแต่ภาคแรกอย่าง วิน ดีเซล (Vin Diesel) จากบทเซียนนักซิ่งรถ Dominic “Dom” Toretto โดยเขาได้ออกมาเปิดเผยว่า ตัวอย่างแรกของ Fast 9 จะมาในเดือน มกราคม 2020 ที่จะถึงนี้!! และจะมีการเปิดเผยวันที่แน่ชัดให้เราลุ้นกันตรงๆเลยภายในกลางเดือนนี้(ธันวาคม) อย่างแน่อน!

จากอินสตาแกรม vindiesel ได้โพสต์รูปพร้อมแคปชั่นว่า

“ตัวอย่าง Fast 9 จะถูกปล่อยออกมาเดือนหน้า….วันที่แน่นอนจะประกาศอีกทีในวันที่ 18 เดือนนี้ครับ(ธันวาคม). ว้าว. ทุกคนต่างตื่นเต้นที่พวกคุณทั้งหมดจะได้เห็นมัน!!!. และนี่คือ 1 ในภาพปกจากหนังครับ (Fridays’ICON)”

ที่น่าสนใจคือในตัวอย่างแรกนี้จะปล่อยของออกมายั่วแฟนๆมากขนาดไหน และเราจะได้เห็นฉากในประเทศไทยหรือไม่ ต้องรอลุ้นกันนะ…

Fast & Furious 9 วางแผนเข้าฉาย 21 พฤษภาคม 2020 ในโรงภาพยนตร์

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์

หนังออนไลน์ : DC Entertainment เตรียมขยายโลกของไดอาน่าให้ใหญ่ขึ้น

หลังจากที่ได้ปล่อยตัวอย่างแรกของ Wonder Woman 1984 หนังเรื่องล่าสุดแห่งจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่ DC ที่กำลังจะมาถึงเรื่องถัดไป ที่มาพร้อมกับความแปลกใหม่จนทำให้ได้รับกระแสตอบรับจากแฟนๆทั่วโลกไปทางด้านดีและน่าสนใจ ในวันนี้เราก็มีข่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับจักรวาล DC มาเปิดเผยให้แฟนๆรู้สึกตื่นเต้นกันเพิ่มมากขึ้นด้วย

มีการรายงานว่าค่าย DC Entertainment กำลังมองหาเส้นทางเพื่อที่จะขยายโลกของไดอาน่าให้ใหญ่ขึ้น โดยมีการพูดถึงการสร้างหนังภาคแยก (Spin-off) ที่จะมุ่งเน้นไปที่เรื่องราวบ้านเกิดของเธอ กับเรื่องราวของชาวอเมซอนบนเกาะทีมีสกีร่า (Themyscira)  โดยข่าวนี้มีการยืนยันว่าผู้กำกับสาว Wonder Woman ทั้ง 2 ภาคอย่าง Patty Jenkins ได้ออกมายืนยันด้วยตนเองว่าทางค่ายกำลังพัฒนาหนังที่จะเล่าเรื่องราวของชาวอเมซอนอยู่จริง แต่เธอเองจะไม่ใช่ผู้กำกับ แต่เธอจะยังนั่งแท่นผู้อำนวยการสร้าง คอยดูแลภาพรวมอยู่

จริงๆแล้วข่าวนี้อาจไม่ค่อยเซอร์ไพรส์แฟนๆมากเท่าไหร่ เพราะก่อนหน้านี้จากความประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของ Aquaman ค่าย Warners ก็ได้เริ่มพัฒนาโปรเจ็คหนัง Spin-Off ทันที ที่จะเป็นหนังแนวสยองขวัญ เกี่ยวกับเผ่า The Trench ใต้มหาสมุทร. ส่วน Wonder Woman ที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากทั้งด้านเสียงวิจารณ์ กระแสความต้องการของแฟนคลับ และรายได้มหาศาลมาตั้งแต่ภาคแรกอยู่แล้ว ดังนั้นมันจึงไม่แปลกที่ทางค่ายเล็งเห็นว่าควรจะขยายเรื่องราวในจุดนี้

นอกจากนี้ Patty Jenkins ยังพูดถึงการกลับมาของตัวละคร Steve Trevor (รับบทโดย Chris Pine) ในภาคที่ 2 นี้ด้วยว่า

“ฉันบอกคุณไม่ได้หรอก(ว่าเขากลับมายังไง) แต่สิ่งที่ฉันจะบอกได้ก็คือ: เราไม่ใช่แค่ใส่ Steve Trevor เข้ามาในหนังเพียงแค่เพราะเราอยากจะใส่เขาเข้ามาในหนังเรื่องนี้. ในตอนที่เราคิดเรื่องราวของหนังภาคนี้ในตอนที่เราทำภาคแรก มันมีช่วงเวลาที่ปิ๊งไอเดียขึ้นมาและมันจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยหากไม่ใช่ Chis Pine รับบท Steve Trevor.ดังนั้นฉันจะสัญญากับคุณว่ามันไม่ใช่กิมมิค แต่มันคือสิ่งที่จะเติมเต็มให้กับเนื้อเรื่อง มันเป็นสิ่งสำคัญที่น่าอัศจรรย์มากที่เราได้เขามาและเราก็สุดจะเอ็นจอยกับมันเลย. ดังนั้นการที่ Chris กลับมามันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก แถมมันยังส่งผลสำคัญต่อเรื่องราวด้วย ซึ่งเราแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะให้คุณได้ดูมันแล้ว”

Wonder Woman 1984 เข้าฉาย 4 มิถุนายน 2020 ในโรงภาพยนตร์

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์ 

ดูหนัง : เรย์และไคโลเรน ฟาดไลท์เซเบอร์ใส่คืออะไรใน Star Wars 9

1 ในฉากที่น่าสนใจและมีการพูดถึงเป็นอย่างมากในตัวอย่างล่าสุดของ Star Wars: The Rise of Skywalker คือฉากที่ เรย์ และ ไคโลเรน ได้ใช้ไลท์เซเบอร์ของตนเองฟาดฟันลงไปบนวัตถุบางอย่างจนแตกกระจาย แต่เราก็ไม่ได้เห็นอย่างชัดเจนว่ามันเป็นฉากต่อสู้กันหรือร่วมมือกันทำลายสิ่งของบางอย่างกันแน่ และสิ่งของที่ว่านั้นคืออะไร ในวันนี้ก็มีการเฉลยอย่างเป็นทางการแล้ว และมันก็เป็นตามที่แฟนๆส่วนใหญ่คิด เพราะสิ่งๆนั้นคือ หมวกของ ดาร์ธ เวเดอร์ ที่ ไคโลเรน เก็บเอาไว้นั่นเอง!

จากบัญชีอย่างเป็นทางการของ Star Wars ได้มีการเผยภาพโปสเตอร์อาร์ทฉบับใหม่ของ Star Wars: The Rise of Skywalker ที่กำลังจะเข้าฉาย เพื่อโปรโมทหนังภาคที่ 9 แห่งเฟรนไชส์ที่จะปิดฉากตำนาน Star Wars ยุคแรกลงอย่างสมบูรณ์ โดยสิ่งที่น่าสนใจคือ ในภาพนี้เป็นภาพของ 2 ตัวละครหลักต่างฝ่ายอย่าง เรย์ และ ไคโล เรน (เบน โซโล) ฟาดฟันดาบไลท์เซเบอร์ของตนลงบนหมวกของวายร้ายผู้เป็นตำนานแห่ง Star Wars อย่าง ดาร์ธเวเดอร์ (Darth Vader)

ภาพนี้ถูกโพสต์ลงอย่างเป็นทางการบนอินสตาแกรมออฟฟิเชี่ยลพร้อมแคปชั่นว่า

“นี่คือโปสเตอร์ใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนัง Star Wars: The Rise of Skywalker โดยมันเป็นงานศิลปะของ @skinnercreative”

ยังไม่เป็นที่ยืนยันแน่ชัดว่าการกระทำนี้ของทั้งคู่คืออะไร มีความหมายอะไรหรือไม่ จะเป็นการร่วมมือกันจริงหรือเปล่า? แล้วหากเป็นการร่วมมือกัน จะเป็นการร่วมมือกันแบบไหน ไคโลเรนกลับใจมากเป็นฝ่ายดี หรือเรย์โดนความมืดครอบงำกลายเป็น ดาร์คเรย์ เหมือนที่เราเคยเห็นในตัวอย่าง จนไปอยู่กับไคโลเรนหรือไม่? คำตอบมีเพียงหนึ่งเดียวอยู่ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น!

Star Wars: The Rise of Skywalker เข้าฉาย 19 ธันวาคม ในโรงภาพยนตร์

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูหนัง 

ดูหนัง : บริษัทกำจัดผี Ghostbusters 3 Afterlife กลับมาแล้วหลังจากทิ้งห่างไปกว่า 30 ปี!

ปล่อยออกมาแล้วกับตัวอย่างแรก Ghostbusters: Afterlife ภาคต่อเฟรนไชส์หนังแฟนตาซีสุดมันส์ในตำนาน ที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ บริษัทกำจัดผี ที่ภาคนี้จะเป็นภาคต่อภาคที่ 3 โดยตรงต่อจาก 2 ภาคดั้งเดิมอย่าง Ghostbusters ภาคแรกปี 1984 และ Ghostbusters II ภาคที่ 2 ในปี 1989 ซึ่งเป็นการทิ้งช่วงห่างยาวนานกว่า 30 ปีเลยทีเดียว! (จะไม่เกี่ยวข้องกับ Ghostbusters รีเมคเมื่อปี 2016 ที่เป็นการรวมทีมนักแสดงนำหญิง)

Ghostbusters: Afterlife จะเป็นเรื่องราวของแม่เลี้ยงเดี่ยว Callie (รับบทโดย Carrie Coon) ที่ต้องเลี้ยงดูลูกสองคน 1.ลูกสาวผู้หมกมุ่นกับวิทยาศาสตร์ (รับบทโดย Mckenna Grace) และ 2.ลูกชายผู้ชื่นชอบอุปกรณ์เทคโนโลยีเครื่องจักรกล (รับบทโดย Finn Wolfhard) นอกจากนี้หนังยังได้ Paul Rudd นักแสดงชายชื่อดังที่เรารู้จักกันดีในบทซูเปอร์ฮีโร่ Antman แห่ง MCU มาร่วมรับบทเป็นอาจารย์โรงเรียนรู้รอบรู้อย่าง Mr.Grooberson อีกด้วย

ครอบครัวสามแม่ลูกได้เดินทางย้ายบ้านมาอยู่ในเมืองเล็กๆ ณ Oklahoma หลังจากที่ผู้เป็นแม่ได้รับมรดกตกทอดมาจากพ่อของเธอ แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าพ่อของเธอคือใคร. เมื่อพวกเขาได้มาถึงพวกเขาก็เริ่มค้นพบความเกี่ยวข้องกับเหล่า Ghostbusters รุ่นดั้งเดิม. Trevor และ Phoebe เริ่มรู้ว่าคุณปู่ของพวกเขาเคยเป็นใครและพวกเขาก็พร้อมที่จะสานต่องานของคุณปู่ให้สำเร็จ เมื่อเหล่าผีใต้เมืองกำลังจะตื่นขึ้นมาอาละวาดอีกครั้ง!

Ghostbusters: Afterlife กำกับโดย Jason Reitman นำแสดงโดย Carrie Coon, Mckenna Grace, Finn Wolfhard, Paul Rudd และสมทบด้วย Oliver Cooper, Bokeem Woodbine นอกจากนี้ยังยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า นักแสดงชุดเดิมทีมนักล่าผีรุ่นปู่จะกลับมามีบทบาทในภาคนี้ด้วยทั้ง Bill Murray, Dan Aykroyd, Ernie Hudson, Sigourney Weaver และ Annie Potts

เรื่องราวพิศวง+ความแฟนตาซีนี้จะน่าสนใจขนาดไหน เมื่อหนังในตำนานถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งในยุคใหม่นี้ ต้องรอติดตามกันในโรงภาพยนตร์

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูหนัง 

ดูหนัง : ไม่ต้องคาดเดาเลยว่าใครจะเป็นคนฆ่าคุณปู่ Knives Out ฆาตกรรมบันเทิง หลอกล่อซ่อนเงื่อน เคมีนักแสดงจัดจ้านทั้งทีม!

 ไม่บ่อยนักที่โรงภาพยนตร์จะมีภาพยนตร์สืบสวนสอบสวนที่มุ่งเน้นไปที่การหาคำตอบว่าในหมู่คนกลุ่มนี้ ใครคือฆาตกร? และในสัปดาห์นี้ก็เป็นคิวของภาพยนตร์เรื่อง Knives Out ภาพยนตร์จากฝีมือการกำกับสุดจัดจ้านของไรอัน จอห์นสัน ที่เคยฝากผลงานสุดลือลั่นไว้ใน Star Wars: The Last Jedi นำแสดงโดยแดเนียล เคร็ก, คริส อีแวนส์, เจมี ลี เคอร์ติส,อนา เดอ อาร์มาส, ไมเคิล แชนนอน, โทนิ คอนเล็ตต์, คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์,ดอน จอห์นสัน, แคทเธอรีน แลงก์ฟอร์ด และหนุ่มน้อยเจเดน มาร์เทล แค่รายชื่อนักแสดงนำก็แทบจะเป็นการตีหัวเข้าบ้านแล้ว แต่ขอบอกเลยว่าเนื้อเรื่องและชั้นเชิงการนำเสนอมันยิ่งกว่านี้

 ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่เขียนบทขึ้นมาด้วยฝีมือของไรอัน จอห์นสันผู้กำกับ โดยไม่ได้ดัดแปลงจากนวนิยายสืบสวนสอบสวนเรื่องไหน แต่ได้รับแรงบันดาลใจการดำเนินเรื่องมาจากนวนิยายของราชินีแห่งนวนิยายอาชญากรรม อกาธา คริสตี้ ผู้เขียนนวนิยายที่ได้กลายเป็นภาพยนตร์ไปเมื่อ 2 ปีก่อนกับ Murder on the Orient Express กับเรื่องราวแนว WhoDunIt ที่สร้างความเซอร์ไพร์สให้กับตอนจบเมื่อเฉลยเรื่องราวทั้งหมดออกมา แต่หากคิดว่า Knives Out จะเดินรอยตามแนวทางนั้นเป๊ะ ๆ ล่ะก็…คุณคิดผิด

 Knives Out ใช้สไตล์การเป็นภาพยนตร์สืบสวนสอบสวนมาล่อหลอกผู้ชมอย่างเราตลอดทั้งเรื่อง คอยหยอดคำใบ้ หยอดจุดสังเกตุเข้ามาเรื่อย ๆ ชวนให้เราคาดเดาคนร้ายไปต่าง ๆ นา ๆ พอถึงจุดที่เรามั่นใจว่าใครคือคนร้าย หนังก็เลี้ยวหักศอกเราไปอีกทาง แล้วหยอดคำใบ้ใหม่ ๆ เข้ามาให้เราเดากันต่อ ก่อนจะดัดหลังเราอีกครั้งแล้วไปเข้าสู่บทสรุปของเรื่องที่เมื่อเปิดเผยเหตุผลทั้งหมดแล้วก็ช่วยสนับสนุนเนื้อเรื่องที่ปูเอาไว้ตั้งแต่เริ่มเรื่องได้อย่างสมบูรณ์

สิ่งที่โดดเด่นรองลงมาจากเทคนิคการเล่าเรื่องของไรอัน จอห์นสันแล้วก็คือ บรรดานักแสดงที่เรียกได้เต็มปากว่าเป็นการรวมดาวเอาไว้อย่างคับคั่ง แถมเคมีการแสดงของแต่ละคนก็เข้าขากันได้เป็นอย่างดี เริ่มต้นกันที่คนที่เป็นกระแสที่สุดกันก่อน นั่นคือ คริส อีแวนส์ ที่พลิกลุคสุดขั้วจากการเป็นกัปตันอเมริกาผู้แสนสุภาพ กลายเป็นหนุ่มหล่อปากสุนัขที่แม้จะปรากฎตัวมากลางเรื่องแล้วแต่ก็สามารถสร้างสีสันให้กับเรื่องได้จนจบ อีกหนึ่งคนที่น่าสนใจก็คือเจมี่ ลี เคอร์ติส กับบทลินดา ลูกสาวคนโตของฮาร์แลนด์ การแสดงของเธอในเรื่องนี้ก็โดดเด่นไม่แพ้ใคร และสุดท้ายคืออนา เดอ อาร์มาส ที่รับบทเป็นมาร์ทา พยาบาลสาวคนสนิทของฮาร์แลนด์ เราอยากให้ทุกคนจับตามองเธอคนนี้เป็นพิเศษ เพราะเธอคือนักแสดงหน้าใหม่ที่น่าจับตามองเลยทีเดียว

สุดท้ายนี้ Knives Out อาจจะไม่ใช่ภาพยนตร์แนวสืบสวนสอบสวนที่มีฉากหรือเทคนิคพิเศษอะไรอลังการนัก แต่นี่คือภาพยนตร์ที่เชือดเฉือน หลอกล่อด้วยบทสนทนา แต่ความสนุกของภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ใครเป็นคนฆ่าฮาร์แลนด์ ทรอมบีย์ แต่มันอยู่ที่การเชื้อชวนให้ติดตามของภาพยนตร์ว่ามันจะสามารถเดินไปในทิศทางไหนต่อไปได้อีก กับเรื่องราวความสัมพันธ์ภายในตระกูลอันแสนร่ำรวยนี้ว่าอะไรที่เป็นสาเหตุให้เกิดคดีฆาตกรรมคุณปู่ของครอบครัวได้ คำตอบทั้งหมดรอให้เราไปค้นหาแล้วใน ฆาตกรรมหรรษา ใครฆ่าคุณปู่ ฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูหนัง 

ดูหนัง : โปรเจคใหญ่มากของ พชร์ อานนท์ แน็ก ชาลี ประกบคู่ แพนเค้ก ใน พจมาร์ สว่างคาตา

พชร์ อานนท์ ผู้กำกับหนังร้อยล้านได้เผยชื่อโปรเจคหนังใหม่ เรื่อง พจมาร์ สว่างคาตา หนังไทยสุดฮาแห่งปี 2020 ซึ่งได้ แน็ก ชาลี ไตรรัตน์ ประกบคู่กับ แพนเค้ก เขมนิจ โดยหนังมีแผนวางฉายในวันที่19 มีนาคมนี้ โดยโปรเจคนี้ยังได้ จาตุรงค์ มกจ๊ก และโก๊ะตี๋กลับมาร่วมสร้างสีสันให้เรื่องราวครั้งนี้ด้วย จะเป็นยังไงต้องคอยติดตามชม

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูหนัง

ดูหนัง : รีวิว หนังรักเติมพลังใจส่งท้ายปี Last Christmas

คำว่า Last Christmas หลายคนคงจะนึกไปถึงเพลงอันแสนโด่งดังที่มักจะถูกเปิดขึ้นมาทุกครั้งเมื่อเทศกาลแห่งความสุขนี้เวียนมาบรรจบอีกครั้ง เพลงที่ขับร้องโดยวงดนตรี Wham! และมันได้ถูกนำมาตีความหมายใหม่จนกลายเป็นภาพยนตร์เรื่อง Last Christmas ภาพยนตร์ที่จ่าหน้าว่าเป็นภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ ที่ดึงเอาทั้งเอมิเลีย คลาร์ก จาก Me Before You, เฮนรี โกลด์ดิ้ง จาก Crazy Rich Asians, มิเชล โหย่ว และเอมม่า ทอมป์สันมาร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องเดียวกัน และเราขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าหนังเรื่องนี้หลอกเราเสียอยู่หมัด เพราะนี่ไม่ใช่ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้เสียทีเดียว แต่ใจความหลักของเรื่องเป็นการก้าวผ่านวัย เพื่อเติบโตไปอีกขั้น หรือแนว Coming of Age

Last Christmas เป็นเรื่องราวของ เคท หญิงสาวผู้มีอาชีพเป็นพนักงานร้านขายของวันคริสต์มาส ที่มีเจ้าของเป็นหญิงชาวจีนที่ใช้ชื่อว่า ซานต้า เธอมีความฝันที่จะเป็นนักร้องและยังคงไปออดิชั่นอยู่เสมอ ๆ แต่เธอก็ไม่ได้สมหวังดั่งใจ แถมชีวิตครอบครัว ชีวิตรัก ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนก็ดิ่งลงเหวชนิดที่เธอเดินไปถึงจุดที่ไม่สนใจใยดีอะไรกับสิ่งใด ๆ รอบตัวอีกแล้ว แต่ตอนนั้น ทอม เว็บส์เตอร์ ชายหนุ่มรูปงามก็ได้ก้าวเข้ามาในชีวิตของเคท

เขาพาเธอไปเดินเล่นและคอยชี้ชวนให้เธอมองขึ้นไปข้างบนเสมอ ๆ ทั้งคู่ดูจะมีเคมีที่เข้ากันได้ดี แต่ติดอยู่อย่างเดียวที่ทอมมักจะไป ๆ มา ๆ แถมยังไม่มีโทรศัพท์ติดตัวอีกต่างหาก ถึงจะเป็นอย่างนั้นพ่อหนุ่มคนนี้ก็ดูเหมือนจะมาปรากฎตัวได้ถูกที่ถูกเวลาเสมอ เขาปรากฎตัวมาเยียวยาจิตใจของเคทได้ทุกครั้ง จนถึงจุดที่เคทเริ่มอยากจะเห็นตัวเองเป็นคนที่ดีขึ้นและตัดสินใจเปิดใจคบกับทอมเสียที ตอนนั้นเธอจึงได้รู้ความจริงที่ได้เปลี่ยนชีวิตของเธอจนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

อ่านเรื่องย่อข้างต้นแล้วดูเป็นหนังรอมคอมสำเร็จรูปที่จะต้องมาเรียกน้ำตา แถมยังดูออกจะน้ำเน่าหน่อย ๆ แล้วมันจะไปเป็นหนัง Coming of Age ได้ยังไง?? พวกคุณคงคิดประมาณนี้ใช่ไหม? แต่ขอบอกเลยว่านี่เป็นภาพยนตร์ที่เหมาะสมจะรับชมในช่วงวันหยุดเทศกาลพร้อมกับครอบครัวจริง ๆ เรื่องราวของคน ๆ หนึ่งที่สูญเสียตัวตน พยายามค้นหาความหมายของชีวิต ต้องเผชิญหน้ากับความผิดพลาดที่ตัวเองก่อ และค่อย ๆ ประกอบชิ้นส่วนทั้งหมดขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งชีวิต, การงาน, ความรัก, ครอบครัว และตัวตน โดยมีที่พึ่งทางใจคอยอยู่ข้าง ๆ และคน ๆ นั้นก็คือพ่อหนุ่มทอมคนนี้นั่นเอง

สิ่งหนึ่งที่หนังพยายามหลอกล่อเราตลอดทั้งเรื่องเลยก็คือ ตัวตนของทอม เว็บสเตอร์ นี่ล่ะ หนังชี้ชวนเราให้เดาไปต่าง ๆ นา ๆ ว่าเขาเป็นใครกันแน่? เขาเป็นลูกชายของซานต้าที่ถูกส่งมาเพราะเป็นห่วงเธอในฐานะลูกน้อง หรือจริง ๆ แล้วเขานี่ล่ะซานตาคลอสตัวจริงที่มาช่วยชีวิตเคท หรือเขาเป็นคนธรรมดาทั่วไปที่บังเอิญสมบูรณ์แบบ หรือเขาไม่มีตัวตนอยู่จริง ๆ นับเป็นหนึ่งในปริศนาที่ภาพยนตร์ทิ้งเอาไว้ให้เราคาใจไปพร้อม ๆ กับเสน่ห์ของเฮนรี โกลด์ดิ้ง และเรื่องราวบันเทิงอันแสนน่ารักตลอดทั้งเรื่อง

ในส่วนของการแสดงคงเป็นเรื่องที่จะหลงลืมไปไม่ได้เลย เอมิเลีย คลาร์ก เปล่งประกาย โปรยเสน่ห์ความน่ารักให้อบอวลไปทั่วทั้งเรื่อง เราจะได้เห็นความโก๊ะกังของเธอที่ทำตัวเปิ่น ๆ เด๋อ ๆ แต่น่ารักน่าหยิก เคมีของเธอกับมิเชล โหย่วเองก็ลงตัวเสียเหลือเกิน หลายฉากที่สองคนนี้เข้าคู่กันต้องขอบอกเลยว่าเป็นการเรียกเสียงฮาได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ แถมตัวเอ็มม่า ทอมป์สัน ที่มารับบท เพตรา แม่ผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าของเคท เธอก็เล่นได้สมตัว และช่วยขับประเด็นย่อยของเรื่องได้หนักแน่นมากกว่าเดิม

นอกจากเราจะได้เห็นตัวละคร เคท เติบโตไปตลอดทั้งเรื่องแล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่หนังใส่เข้ามาได้อย่างร่วมสมัยกับสภาพสังคมประเทศอังกฤษในปัจจุบัน นั่นคือ ประเด็นปัญหาของผู้อพยพ และ Brexit ซึ่งตัวละครนำทั้งเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้ล้วนเป็นกลุ่มคนที่ถูกผลักให้เป็นชายขอบของสังคมทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวผู้อพยพ, กลุ่มคนรักร่วมเพศ, ชาวเอเชียที่มาลงหลักปักฐานในอังกฤษ หรือกลุ่มคนไร้บ้าน ทั้งหมดนั่นทำให้นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่หนังรอมคอมดาษ ๆ ทั่วไป แต่กลายเป็นหนังที่มีประเด็นทางสังคมและนำเสนอความเท่าเทียมออกมาได้อย่างแนบเนียน

แน่นอนว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์สำหรับเทศกาลคริสต์มาส ดังนั้นมันจึงทำหน้าที่เป็นภาพยนตร์อันแสนอบอุ่น ชวนสร้างรอยยิ้ม พร้อมกับบทสรุปอันแสนอบอุ่นหัวใจ และช่วยเตือนสติเราได้พอสมควร เหมาะกับเทศกาลแห่งความสุขที่ครอบครัวมักจะกลับมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา เฉลิมฉลอง เพื่อเตรียมตัวที่จะก้าวต่อไปในปีข้างหน้าที่จะมาถึง เป็นตัวเองและหมั่นมองไปข้างบนเสมอ

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูหนัง 

ดูหนัง : แจ็ค แบล็ค เตรียมอำลาวงการ เปรยว่า Jumanji: The Next Level อาจเป็นหนังเรื่องสุดท้าย

ย้อนกลับไปใน Jumanji: Welcome to the Jungle หนึ่งในตัวละครที่สร้างสีสันไม่แพ้ใครในทีมนักแสดงนำเลยก็คือ แจ็ค แบล็ค ที่มารับบทเป็นเบธานี สาวใสไร้สติไว้มัธยมปลายที่บังเอิญหลุดเข้าไปในเกมมหัศจรรย์ แค่คิดภาพคุณลุงตุ้ยนุ้ยที่ต้องมาแสดงเป็นเด็กหญิงไฮสคูล แค่นี้ก็ฮาแล้ว และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์เรื่องนั้น โดยในตอนนี้เขากำลังจะกลับมาอีกครั้งกับบทบาทที่เปลี่ยนไป ใน Jumanji: The Next Level แต่ดูเหมือนว่านี่จะเป็นภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายของเขาแล้ว

 แจ็ค แบล็ค ได้พูดคุยกับเว็บไซต์ Balance เอาไว้ว่า… “จริง ๆ ผมก็อยากจะทำเพลงกับวง Tenacious D อยู่อีกสักครั้งนะครับ ไม่แน่ก็อาจจะมีหนังอีกเรื่อง ผมเป็นพวกที่มีความสุขกับการเกษียณก่อนกำหนด แต่ก็ไม่ได้เร็วขนาดนั้น ตอนนี้ผมอายุ 50 ปีแล้ว ผมพูดมานานมากว่านี่จะเป็นหนังเรื่องสุดท้ายแล้ว

…เราต้องมารอดูกัน ผมบอกไม่ได้หรอกครับว่าในอนาคตมันจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกเพราะมันยังเร็วเกินไป ผมมีแผนอยู่นิดหน่อยกับอนาคตของผม แต่มันก็ไม่ได้มากขนาดนั้น ผมกำลังมองไปที่การสรุปรวมทุกอย่างในเร็ว ๆ นี้ แล้วก็ขี่ม้าเข้าไปสู่ตะวันตกดิน”

 ประเด็นเรื่องการเกษียณก่อนกำหนด นับเป็นเรื่องที่คนรุ่นใหม่มักจะหยิบมาคิดกันมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่แตกต่างจากคนรุ่นก่อนที่จะต้องทำงานอย่างหนักเพื่อเก็บเกี่ยวความสำเร็จ และไปใช้ความสำเร็จนั้นในช่วงบั้นปลาย ในขณะที่คนยุคนี้เมื่อถึงจุดที่ชีวิตพร้อมแล้วเขาก็อยากจะเกษียณไปเพื่อใช้ชีวิตอย่างที่อยากทำ ก็ต้องมารอดูกันว่า แจ็ค แบล็ค จะเลือกทางเดินชีวิตไหนให้กับตัวเองต่อไป

เตรียมพบกับการกลับมาอีกครั้งของพวกเขา ใน Jumanji: The Next Level ในด่านที่โหดหินกว่าเดิม, อันตรายกว่าเดิม และคราวนี้ไม่ใช่พวกเขาทุกคนที่จะรอดชีวิตกลับไปด้วย ตอนนี้เปิดจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์ล่วงหน้าแล้ว ไปจับจ้องที่นั่งกันเลย!

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูหนัง 

ดูซีรีย์ : เดวิด เคน หรือ แบล็ค แมนต้า กลับมาเพื่อล้างแค้น ใน AQUAMAN 2

ในตอนนี้ภาพยนตร์ที่ทำรายได้ทั่วโลกสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ยังคงเป็นของราชาแห่งผืนบาดาล Aquaman อาเธอร์ เคอร์รี จากฝีมือการกำกับของเจมส์ วานที่นำเสนอโลกใต้ทะเลที่ไม่เคยถูกสร้างมาก่อนในโลกภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ จัดเต็มทั้งอารมณ์ขัน เทคนิคพิเศษอลังการ และเนื้อเรื่องที่น่าสนใจ ทำให้ตอนนี้พวกเขาเตรียมสร้างภาคต่อแล้ว แน่นอนว่านอกจากเจสัน โมมัวร์ที่จะกลับมารับบทนำอีกครั้ง ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็จะได้วายร้ายสุดคลั่งแค้นอย่าง แบล็คแมนต้า กลับมาด้วย

ยะยาห์ อับดุล มาทีนที่ 2 ได้ให้สัมภาษณ์กับ Entertainment Weekly เกี่ยวกับอนาคตในบทบาทตัวละครวายร้ายของเขาในภาพยนตร์เรื่อง Aquaman 2 เขาพูดเอาไว้ว่า…

“เรามีวันฉายกันแล้วคือเดือนธันวาคม ปี 2022 หวังอย่างยิ่งเลยนะครับว่าพวกเขาจะยึดวันนั้นเอาไว้ ผมค่อนข้างมั่นใจเลยว่าแบล็คแมนต้าจะกลับมา ผมตื่นเต้นมากเลยที่จะได้กลับเข้าไปในโลกใบนั้นอีกครั้ง และสร้างปัญหาให้พวกเขาอีกสักหน่อย ผมตั้งใจที่จะใส่ตัวตนและแง่มุมใหม่ ๆ ของตัวละคร David Kane เข้าไปใน Aquaman 2 อีกนะครับ แล้วก็จะทำให้พัฒนาไปมากกว่าเดิมด้วย”

ในตอนจบและฉากพิเศษท้ายเครดิตของ Aquaman เราได้เห็นตัวละครแบล็คแมนต้า ที่รอดชีวิตมาได้ กำลังร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์เพื่อเปิดโปงการมีอยู่ของชาวแอตแลนติส และนั่นอาจนำไปสู่การก่อสงครามกันระหว่างโลกเบื้องบนและโลกใต้บาดาล แถมตัวละครของเขายังเก็บกักความแค้นที่เขาโยนความรับผิดชอบในการตายของพ่อเขาให้กับอาเธอร์ เคอร์รี เรื่องเราจะออกมาเป็นอย่างไร เราคงต้องรอติดตามกันต่อไป

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูซีรีย์