หนังออนไลน์ Shazam (2019) ชาแซม ของค่าย DC ที่เราเอามาแนะนำให้ได้ชมกัน

Shazam (2019) ชาแซม เราทุกคนต่างมีความเป็นซูเปอร์ฮีโร่อยู่ในตัวของเรา มันก็แค่ต้องใช้มนตร์วิเศษสักหน่อยเพื่อที่จะดึงมันออกมา ในกรณีของ “บิลลี่ แบทสัน” (แอชเชอร์ แองเจล) นั้นดึงออกมาโดยการตะโกนคำว่า SHAZAM! แล้วจากนั้นเด็กกำพร้าวัย 14 ปีที่ต้องเอาตัวรอดในเมืองใหญ่ก็จะกลายมาเป็นซูเปอร์ฮีโร่วัยผู้ใหญ่ “ชาแซม” (แซ็คคารี่ เลวี่) ซึ่งพลังพิเศษนี้ได้รับการสืบทอดมาจากพ่อมดชราคนหนึ่ง เขายังคงความเป็นเด็กน้อยด้วยหัวใจที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกายดั่งพระเจ้า ชาแซมจะได้สนุกสนานไปกับตัวของเขาในเวอร์ชั่นผู้ใหญ่ ด้วยการทำในสิ่งที่วัยรุ่นคนไหน ๆ ก็อยากจะทำด้วยพลังพิเศษต่าง ๆ แค่สนุกไปกับพวกมัน! เขาบินได้มั้ย? เขามีความสามารถในการ X-ray รึป่าว? เขาสามารถปล่อยลำแสงออกมาจากมือได้หรือไม่? เขาจะก้าวข้ามบทเรียนทางสังคมของเขาไปเลยได้มั้ย? ชาแซมมุ่งมั่นที่จะทดสอบขีดความสามารถของเขา ด้วยความบ้าระห่ำอันแสนสุขของเด็กน้อยคนหนึ่ง แต่เขาก็ต้องการที่จะเชี่ยวชาญการใช้พลังเหล่านี้ได้โดยเร็วเพื่อที่จะไปต่อกรกับพลังอำนาจอันร้ายกาจที่ถูกควบคุมโดย “ดร. แธดิอุส ซิวานา” (มาร์ค สตรอง) 

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์ 

หนังออนไลน์ มีเงื่อนไขหาก เฮนรี คาวิลล์ อยากกลับมารับบทใน Man of Steel 2

ในขณะที่ Aquaman ประสบความสำเร็จทำรายได้ขึ้นอันดับ 1 ใน DCEU นั้น Wonder Woman 1984 เพิ่งจะปิดกล้องการถ่ายทำเสร็จสิ้น และ Shazam! ก็ใกล้จะเข้าฉายพร้อมกระแสตอบรับในแง่บวก แต่ 2 ซูเปอร์ฮีโร่ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของ DC ทั้ง ซูเปอร์แมน และ แบทแมน กลับยังไม่ชัดเจนเกี่ยวกับอนาคต แม้ภาพยนตร์เดี่ยวเรื่องใหม่ของ The Batman ใกล้จะเดินหน้าถ่ายทำแล้ว แต่ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกับ DCEU สำหรับซูเปอร์แมน หรือ Man of Steel 2 นั้น ข่าวก่อนหน้านี้ลือกันไปหนาหูว่าเฮนรี คาวิลล์จะไม่ไปต่อในบทนี้ ล่าสุดมีข่าวอัพเดตเพิ่มเติมแล้วดังนี้ 

เว็บไซต์ Revenge of the Fan เปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่าทั้งเฮนรี คาวิลล์ และ Warner Bros. ทั้งคู่สนใจที่จะสร้างภาพยนตร์ภาคต่อของคลาร์ก เคนท์ แต่ตัวนักแสดงเองก็มีเงื่อนไขอยู่ 2 ถึง 3 อย่างด้วยกัน นอกเหนือไปจากค่าตัวที่เพิ่มมากขึ้น หรือการมีชื่อในฐานะโปรดิวเซอร์ใน Man of Steel 2 เฮนรี คาวิลล์ต้องการเป็นผู้อนุมัติตัวผู้กำกับ และบทภาพยนตร์ด้วย 

โดย Warner Bros. เองก็ไม่ได้กระตือรือร้นที่จะทำตามข้อเสนอนี้สักเท่าไรนัก ผลจึงออกมาว่าทั้งคู่ยังไม่ได้เจรจาในการสร้างอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำให้อนาคตของภาพยนตร์ Man of Steel 2 ก็ยังคงตกอยู่ในความคลุมเครือต่อไป 

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์ 

หนังออนไลน์ ฟิตหุ่นหนัก เฮนรี่ คาวิลล์ ลุ้นรับบท ซูเปอร์แมน ในภาคต่อ Man of Steel 2 เร็ว ๆ นี้

แม้การกลับมาในหนังรวมซูเปอร์ฮีโร่ค่าย DC อย่าง Justice League จะทำให้แฟน ๆ ส่วนใหญ่ผิดหวัง แต่เชื่อว่ายังมีคนรอติดตามชมหนังเดี่ยวของ ซูเปอร์แมน อยู่ไม่น้อย หลังจาก เฮนรี่ คาวิลล์ (Henry Cvill) ชุบตำนานฮีโร่ตลอดกาลให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งได้ใน Man of Steel เมื่อปี 2013 และดูเหมือนว่า ทุกคนยังคงมีหวังได้ดูภาคต่อ Man of Steel 2 กันในอนาคต เพราะล่าสุด นักแสดงหนุ่มออกมาโพสต์คลิปฟิตหุ่นพร้อมแฮชแท็ก #Superman ราวกับเป็นคำใบ้ว่า เขาพร้อมที่จะกลับมารับบทบุรุษเหล็กอีกครั้งแล้ว 

อ้างอิงจากรายงานของเว็บไซต์ Movieweb เฮนรี่ คาวิลล์ อวดคลิปผ่านอินสตาแกรม henrycavill ขณะกำลังออกกำลังกายข้างสัตว์เลี้ยงคู่ใจที่ตนตั้งชื่อว่า “สลายก้นขั้นสุดกับเจ้าตูบ” หลังจากบ่นขำ ๆ ว่าท้องมาแล้ว 6 เดือนกับคุกกี้และพิซซ่า พร้อมเชิญชวนให้แฟนคลับช่วยกันโหวตให้ตนสำหรับงาน Teen Choice Awards อีกด้วย 

ทั้งนี้ แฟน ๆ ตั้งข้อสงสัยว่า สาเหตุที่ เฮนรี่ คาวิลล์ ดูตั้งอกตั้งใจเรียกเสียงโหวตขนาดนี้ นั่นเป็นเพราะว่าถ้าเขาชนะรางวัล ก็อาจเป็นเครื่องการันตีว่าเขายังฮอตในหมู่แฟน ๆ ทำให้ Warner Bros. เร่งโปรเจคท์สร้างภาคต่อ Man of Steel 2 ออกมาไว ๆ อย่างที่หวังไว้นั่นเอง 

ก่อนหน้านี้ เคยมีข่าวรายงานว่า Warner Bros. เล็งฤกษ์ฉายภาคต่อ Man of Steel 2 ไว้ในปี 2020 แต่เพราะมีปัญหาบางอย่างกับ Dc Films ทำให้โปรเจคท์สร้างยังไม่เป็นรูปเป็นร่างชัดเจนสักที อย่างไรก็ดี เชื่อว่า ทุกคนจะได้เห็นความคืบหน้ากันเร็ว ๆ นี้ เพราะหนุ่ม เฮนรี่ เคยพูดไว้เมือเดือนเมษายน 2018 กับเว็บไซต์ Collider ว่า ทีมงานกำลังอยู่ในช่วงพูดคุยเกี่ยวกับการสร้าง Man of Steel 2 อยู่ และในฐานะแฟนตัวยงของ ซูเปอร์แมน เขามีเรื่องราวมุมอื่นของฮีโร่ชุดน้ำเงิน-แดงที่อยากเล่าให้ทุกคนได้ฟังอีกเยอะ 

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์ 

หนังออนไลน์ พบภารกิจจิ๊กสูตรลับในหนังเรื่อง “ฮักมะย๋อมมะแย๋ม” สูตรลับสูตรรักฉบับแจ่วบองเป็นตาแซ่บ !!

“พวกเขาออกตามหาของบางอย่าง ไม่ใช่อัญมณีทั้ง 6 ไม่ใช่ถุงมือทรงพลัง แต่มันคือ…แจ่วบอง” พบภารกิจจิ๊กสูตรลับในตัวอย่างหนัง ฮักมะย๋อมมะแย๋ม เรื่องราวความความรักวุ่น ๆ ของหนุ่มสาว ที่สอดแทรกมุกตลก กลวิธีหนุ่มจีบสาวแบบซื่อ ๆ แนวอีสานสไตล์ ชวนฮาแบบไม่มีกั๊ก 

ฮักมะย๋อมมะแย๋ม เป็นเรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยอุปสรรคของ บักโจ้  (รับบทโดย วัชรพงษ์ ปัทมะ) ชายหนุ่มสุดซื่อที่ถูกสถานการณ์บีบคั้นให้ต้องร่วมมือกับ จู๋ (แสดงโดย เจี้ย แปซิฟิก) หลอกลวง

ครอบครัวของ แมว (รับบทโดย สุภาพร สมวิจิตร) เพราะหวังล้วงสูตรลับ “แจ่วบอง” ประจำตระกูล มาขายเพื่อเอาเงินไปสู่ขอแฟนสาว ตั๊ก (แสดงโดย พราวภิชณ์ษา สุทธนากาญจน์) แต่เรื่องราวกลับพลิกผันเมื่อตัวเขานั้นกลับไปตกหลุมรักแมวซะงั้น ขณะเดียวกันแมวที่เริ่มมีใจให้กับบักโจ้ก็ต้องผิดหวัง เมื่อรู้ว่าชายหนุ่มที่เธอรักและไว้ใจเข้ามาเพียงเพื่อหาผลประโยชน์เท่านั้น บักโจ้จะทำอย่างไรเพื่อเรียกความเชื่อใจและหัวใจของแมวให้กลับมาได้อีกครั้ง 

ฮักมะย๋อมมะแย๋ม เตรียมเข้าฉาย 19 ธันวาคม นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ 

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์ 

หนังออนไลน์ ห่างหายจากการแสดงภาพยนตร์ไปกว่า 3 ปี กงยู กลับมารับบทเป็น จองแดฮยอน ในเรื่อง Kim Ji-Young: Born 1982 คิมจียอง เกิดปี 82

หลังห่างหายจากการแสดงภาพยนตร์ไปกว่า 3 ปี หนุ่มหล่อสามีแห่งเอเชีย กงยู กลับมารับบทเป็น จองแดฮยอน สามีที่รักและเข้าใจในทุกอย่างของ คิมจียอง ที่รับบทโดย จองยูมิ ใน Kim Ji-Young: Born 1982 คิมจียอง เกิดปี 82 หนังรักที่ดัดแปลงจากนิยายขายดีของ โช นัมจู ที่ทำยอดขายมากกว่า 1 ล้านเล่มภายใน 2 ปี ทั้งคู่เคยร่วมงานกันมาแล้วใน Silenced (2011) ซึ่งสร้างมาจากนวนิยายขายดี เรื่อง The Crucible ต่อมาในปี 2016 พวกเขาได้สร้างปรากฏการณ์ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์สุดฮิต Train To Busan ซึ่งมีผู้เข้าชมมากกว่า 11.56 ล้านคนในเกาหลี และยังขึ้นหิ้งเป็นหนังเกาหลีที่ทำรายได้สูงสุดในประเทศไทยนับแต่นั้นมา 

และแน่นอนว่าการกลับมาครั้งนี้ของ กงยู ก็ไม่ธรรมดา เพราะหนัง Kim Ji-Young: Born 1982 ขึ้นอันดับ 1 Box Office เกาหลี ทำลายสถิติภาพยนตร์ที่มียอดจองตั๋วสูงสุด หลังเปิดตัววันแรกในวันที่ 23 ตุลาคม 2019 และเพียงวันแรกวันเดียวก็มียอดผู้ชมสูงถึง 138,156 คน ทำรายได้ 1,024,217 ดอลลาร์ หรือราว 31 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น หนึ่งวันก่อนเปิดฉายจริงหนังยังมียอดซื้อตั๋วล่วงหน้าสูงถึงระดับ 50% อีกด้วย 

ซึ่ง กงยู ได้เผยความรู้สึกถึงการร่วมงานกับ จองยูมิ ว่า “ครั้งแรกที่ผมเห็น จองยูมิ ในกองถ่าย ผมคิดว่าเธอเป็น คิมจียอง อยู่แล้ว ต้องขอบคุณที่ทำให้ผมสามารถจดจ่อกับบทบาทของตัวผมเองได้มากขึ้นตั้งแต่เริ่มเลยครับ” 

ทั้งนี้ Kim Ji-Young: Born 1982 คิมจียอง เกิดปี 82 เล่าเรื่องราวของ คิมจียอง ดูเหมือนเป็นผู้หญิงชาวเกาหลีธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่อยู่ในช่วงวัย 30 ปี แม้ว่าเธอจะแต่งงาน มีลูกสาวและสามีที่น่ารัก แต่ก็ทำให้เธอจำต้องล้มเลิกการทำหลายสิ่งหลายอย่างเธอรักไป แต่จียองก็เชื่อว่าเธอมีความสุขกับชีวิตของเธอ ” จองแดฮยอน สามีของเธอสังเกตพบว่าได้เกิดอะไรบางอย่างขึ้นกับจียองทำให้เขารู้สึกเป็นกังวล เมื่อจียองก็เริ่มที่จะพูดจาคล้ายกับแม่ของเธอ เพื่อนสนิทของเธอที่เสียชีวิตระหว่างคลอดลูก และคุณยายของเธอที่จากไป พูดในสิ่งที่คิมจียองไม่เคยกล้าออกมาตลอดชีวิตเธอที่ผ่านมา 

หนัง Kim Ji-Young: Born 1982 เป็นผลงานหนังยาวเรื่องแรกของผู้กำกับสาวคนเก่ง คิม โดยอง เจ้าของรางวัล The Audience Award จากผลงานหนังสั้น The Monologue วางกำหนดฉายไว้ 2 มกราคม 2020 

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์ 

หนังออนไลน์ แม่นาง เซียวเหล่งนึ่ง ในตำนาน “หลี่ยั่วถง” ที่ไม่ยอมแก่อวดกล้ามท้องสุดสตรองในวัย 52 ปี

เป็นนักแสดงที่ความงามในบทของ “เซียวเหล่งนึ่ง” จาก มังกรหยก ยังคงตรึงตาตรึงใจใครหลายๆคนไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย ล่าสุด “หลี่ยั่วถง” ในวัย 52 ปี ก็ขออวดความงามที่มิได้ถดถอยน้อยลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น อวดหุ่นสวยโชว์กล้ามหน้าท้องที่ทำเอาคนรุ่นลูกต้องตะลึง 
 
หลี่ยั่วถง ที่รู้จักกันดีในบ้านเรากับบท เซียวเหล่งนึ่ง ในซีรีส์มังกรหยกเมื่อปี 1995 ที่แสดงคู่กับ กู่เทียนเล่อ ทำเอาแฟนๆตะลึง เพราะเจ้าตัวโพสต์ภาพอวดกล้ามท้องลงใน Weibo เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่ผ่านมา พร้อมเขียนแคปชันว่า 
 
“แชร์ให้ดูผลของการออกกำลังกาย ทุกคนชอบบอกว่าฉันผอมเกินไป จริงๆแล้วฉันสตรองมากต่างหาก” 

หลี่ยั่วถง เคยเผยเคล็ดลับความงามให้กับสื่อจีนได้ทราบว่า ที่เธอดูอ่อนกว่าวัยนั้นเป็นเพราะออกกำลังกายหนัก อย่างต่ำ2 ชั่วโมง 3 วันต่อสัปดาห์ และไม่ได้เข้มงวดกับการไดเอตแต่อย่างใด 
 
การกลับมาสวยใสครั้งนี้ของ หลี่ยั่วถง เกิดขึ้นหลังจากที่เธอหายหน้าหายตาจากวงการไปตั้งแต่ปี 2004 ตั้งแต่ที่เริ่มคบหานักธุรกิจ มาร์ติน กั่ว และต้องเผชิญกับโรคซึมเศร้าหลังเลิกรากันเมื่อปี 2008 แถมพ่อของเธอก็มาเสียชีวิตในช่วงเวลานั้นด้วย 
 
หลี่ยั่วถง ครองตัวเป็นโสดมานานนับสิบปี และกลับมารับงานในวงการอีกครั้งกับการแสดงละครให้กับ TVB เรื่อง Never Dance Alone เมื่อปี 2014 ก่อนจะมีผลงานตามมาอีกเรื่อยๆ รวมถึง On Fallen Wings หนังแฟนตาซีเมื่อปี 2017 และ ละครกำลังภายใน The Untamed ในปี 2019 ด้วย 
 

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์ 

ดูหนัง ฮาวทูทิ้ง ของ GDH x กำกับโดย เต๋อ นวพล หนังรักส่งท้ายปี

ฮาวทูทิ้ง – นอกจากวันที่ 5 ธ.ค. จะฮาท้องคัดท้องแข็งไปกับ “ตุ๊ดซี่ส์แอนด์เดอะเฟค” แล้ว ค่าย GDH ยังส่งหนังรัก “ฮาวทูทิ้ง ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ” มาขยี้ส่งท้ายปี 

ฮาวทูทิ้ง เป็น ผลงานการกำกับของ เต๋อ นวพล ธํารงรัตนฤทธิ์ ซึ่งเคยร่วมงานกับ GDH มาแล้วในเรื่องฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ ได้พระเอกเบอร์หนึ่งของค่ายอย่าง ซันนี่ สุวรรณ เมธานนท์ มาสลัดลุคเนี๊ยบของหมอเป้ง เป็นหนุ่มเซอร์เคราครึ้ม อดีตคนรักของหญิงสาวรับบทโดยนางเอกดาวรุ่ง ออกแบบ ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง ที่มาในลุคผมสั้นสุดเนิร์ด 

เรื่องย่อฮาวทูทิ้งว่าด้วยชีวิตของ “จีน” (ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง) ต้องการจะเคลียร์บ้านเพื่อรีโนเวท มหกรรมการโละของออกจากบ้านจึงเกิดขึ้น อะไรที่ไม่ใช้แล้ว อะไรที่ทิ้งไว้ก็รก เธอตัดสินใจจะทิ้งให้หมดเลย แต่เมื่อเธอได้เจอกับของบางอย่างที่เป็นของเอ็ม แฟนเก่าของเธอ (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) จีนเริ่มพบว่าการทิ้งครั้งนี้ไม่ง่าย เพราะของบางอย่างแม้จะไม่มีประโยชน์แล้ว แต่มันยังมีเรื่องราวให้นึกถึง มีอดีตที่ยังค้างคา มีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่สามารถแค่ทิ้งลงถุงดำแล้วหายไป จีนจึงต้องตัดสินใจว่าจะทําอย่างไรกับสิ่งของของเอ็ม เธอจะทิ้งไป เก็บไว้ หรือเดินไปคืน ถึงจะเป็นการทิ้งที่สมบูรณ์ที่สุด 

ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ 26 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ 

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูหนัง 

ดูหนัง หลัวใหม่ ปะทะ หลัวเก่า กัสจะเลือกใครใน ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะ เฟค

 แก๊งค์ตุ๊ดกลับมารวมตัวกันทั้งทีจะขาดเหล่าผู้แสนดีไปได้อย่างไร ตั้งแต่ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ ทั้ง 2 ซีซั่น ชีวิตของกัสก็วุ่นวายกับทั้งเดอะ แฟนเก่าที่ครอบครัวกีดกัน กับเดอะ แฟนใหม่สายเซอร์ ทำเอาคุณแม่ปวดหัวเลือกไม่ถูกกันมาแล้ว กลับมาในตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะ เฟคนี้ พวกเขากลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง เรื่องราวที่วุ่นวายอยู่แล้วจะยิ่งกว่าเดิมแค่ไหน ต้องไปรอชมกันในภาพยนตร์ แต่ความเริ่ดของทั้งสองบทบาทนี้ก็ได้นักแสดงคนเดิมกลับมาในบทบาทที่เติบโตขึ้น ทั้งเจเจ กฤษณภูมิ และ กรรณ สวัสดิวัตน์ พวกเขารู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้บ้างไปดูกัน 

เริ่มต้นกันที่ เจเจ เราได้เห็นตัวละคร ท็อป ที่เขารับบทในไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ซีซั่นแรก ในตอนนั้นวินยังเป็นเพียงนักเรียนมัธยมทั่ว ๆ ไป แต่การกลับมาในภาพยนตร์นี้เขาเปลี่ยนลุคใหม่เป็นทายาทของบริษัทใหญ่โตเต็มตัว เจเจต้องปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างไรบ้าง 

“วันที่พี่เติ้ลบอกว่า ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ จะได้มาทำเป็นหนังผมดีใจมาก เพราะผมรู้สึกว่ามันสนุกและตลกกว่าเดิม พี่เติ้ลดึงเสน่ห์ของตัวละครทุกตัวออกมา และทุกตัวละครต่างเติบโตขึ้น เหมือนตัวละครท็อปกับผมก็ได้เติบโตมาด้วยกัน อายุใกล้เคียงกัน ก็เลยมีบางพาร์ทที่ผมใส่ตัวเองเข้าไปในตัวท็อป และการได้กลับมาเจอกับพี่เพชร ผมรู้สึกว่าเคมีเราเข้ากัน การแสดงด้วยกันเลยไม่ยาก เราทำงานกันเป็นทีม เป็นอีกหนึ่งการทำงานที่ทำแล้วมีความสุข อยากให้ผู้ชมมาร่วมสนุกไปกับพวกเราในโรงภาพยนตร์ด้วยนะครับ” 

อีกคนหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ เดอะ แฟนใหม่ หรือ วิน ที่รับบทโดย กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา ที่ได้มีโอกาสแสดงภาพยนตร์เป็นครั้งแรก งานนี้ไม่ได้แค่ต้องเข้าฉากกับเพชร เผ่าเพชรเท่านั้น แต่ยังต้องแสดงกับเด็ก ที่จะเป็นนักแสดงใหม่เข้ามาเสริมทัพเพิ่มเติม เขารู้สึกอย่างไรบ้าง

“ผมรู้สึกกดดันเหมือนกันนะ พอเป็นหนังทุกอย่างต้องกระชับ การแสดงต้องชัด โชคดีที่กรรณกับวิน มีความคล้ายกันตรงที่เรารักเด็ก แคร์คนรอบข้างมาก ซึ่งกรรณรู้สึกว่าตรงนี้เราเอาไปใช้ได้ การแสดงกับเด็ก เราต้องไม่แอ็คติ้ง แต่เราต้องเป็นวินจริงๆ เพื่อให้น้องเขาเชื่อใจ ซึ่งน้องคนนี้กรรณมีโอกาสได้ไปช่วยคัดเลือกด้วยนะ เพราะผู้กำกับอยากรู้ว่าเคมีเราจะเข้ากันได้ไหม พาร์ทการทำงานของเราคือทำอย่างไรให้น้องเขาสบายใจที่จะเล่นกับเรา ทำให้เขารู้สึกว่าเรารักเขาจริงๆ 

รวมถึงการเข้าฉากกับเพชร กรรณรู้สึกว่าเคมีของกัสกับวินมันเป็นอะไรที่ทำการบ้านกันมาแล้วว่า ตัวละครมันโตมาถึงขั้นเลี้ยงเด็กด้วยกันแล้ว เรื่องราวต่างๆ มันสนุกขึ้น เป็นเรื่องราวที่ทุกคนเข้าใจได้ทุกเพศ ทุกวัย อยากให้ทุกคนมาให้กำลังใจพวกเราด้วยนะครับ คุณจะได้ทุกอารมณ์นอกจากความสนุก ก็อาจจะได้มุมมอง ข้อคิดของตัวละครในเส้นทางในการใช้ชีวิต หาจุดที่ตัวเองมีความสุขที่สุด เชื่อว่าคนดูจะมีความสุขที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ครับ” 

ทั้งท็อป และวิน จะมีผลกับเนื้อเรื่องอย่างไร แล้วกัสจะต้องเลือกระหว่างทั้งคู่อีกหรือไม่ ต้องไปติดตามในตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะ เฟค กำหนดฉาย 5 ธันวาคมนี้ในโรงภาพยนตร์ 

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูหนัง 

ดูหนัง ผู้สร้าง The Hunger Games เตรียมรีเมคหนังไทยที่ฮอลลีวู้ด เรื่อง “ฉลาดเกมส์โกง”

deadline.com ได้รายงานข่าวว่า  Erik Feig โปรดิวเซอร์จาก La La Land, Now You See Me, The Hunger Games และ Patrick Wachsberger โปรดิวเซอร์จาก A Monster Call, Step Up, Mr. and Mrs. Smith ได้ประกาศร่วมมือสร้างภาพยนตร์ฉบับรีเมคฉลาดเกมส์โกง หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า Bad Genius โดยได้ทาบทาม Eva Anderson นักเขียนและโปรดิวเซอร์ของซีรีย์ชุดYou’re the Worst มาเขียนบทและดัดแปลงบทภาพยนตร์ดั้งเดิมของณัฐวุฒิ พูนพิริยะ ซึ่งต้องมาคอยลุ้นกันต่อไปว่าโปรเจ็กต์นี้จะออกมาเป็นอย่างไร? 

สำหรับฉลาดเกมส์โกง เป็นภาพยนตร์ที่ตีแผ่ปัญหาของระบบการศึกษาและการสอบ เรื่องราวของลิน นักเรียนทุนเจ้าของเกรดเฉลี่ย 4.00 ทุกปีการศึกษา  ร่วมมือกับ เกรซ และ พัฒน์ สร้างธุรกิจโกงข้อสอบจากรั้วโรงเรียน กลายเป็นการสอบระดับโลก  นั่นคือการโกงข้อสอบ STIC ซึ่งเป็นการสอบเพื่อใช้คะแนนยื่นเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก  โดยลินได้ชักชวน แบงค์ นักเรียนทุนคู่แข่งของเธอ ผู้เกลียดการโกงมาร่วมภารกิจในครั้งนี้ ภาพยนตร์กวาดคำชื่นชมและรางวัลจากสถาบันทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมถึง Boxoffice Mojo รายงานว่าหนังทำรายได้ราว 44.5 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ นับเป็นอีกหนึ่งหนังไทยที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในตลาดภาพยนตร์สากล 

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูหนัง 

ดูหนัง กลับมาแล้วกับ 2 คู่หู BadBoysForLife : แบดบอยส์ คู่หูตลอดกาล ขวางทางนรก

ทิ้งช่วงไปกว่า 8 ปีหลังจาก Bad Boys (1995) ประสบความสำเร็จ ปี 2003 Micheal Bay หยับคู่หูขวางนรกมาปัดฝุ่นอีกครั้ง โดยคงคอนเซ็ปต์คู่หูแบบเดิม และได้นักแสดงคู่เดิมมารับบทนำ แต่ครั้งนี้กลับไม่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีเท่าไหร่นัก แต่ถึงกระนั้น Bad Boys 2 ก็ยังทำรายได้สูงถึง 273.3 ล้านเหรียญฯ ด้วยทุนสร้าง 130 ล้านเหรียญฯ 

Bad Boys for Life(2020) การกลับมาอีกครั้งของคู่หูขวางนรก ยังคงได้คู่หูคู่เดิมคือ Will Smith และ Martin Lawrence ที่ตอนนี้อายุอานามก็ปาเข้าไป 50 กว่ากันทุกคนแล้ว โดยครั้งนี้ได้ผู้กำกับสองคู่หูหน้าใหม่ adil el arbi และ bilall fallah ที่มีผลงานเด่นไปทางหนังสั้นและทีวีซีรี่ย์ โดยครั้งนี้พระเอก Will Smith ยังมีส่วนร่วมเป็นผู้อพนวยการสร้างอีกด้วย  

มีกำหนดเข้าฉาย เดือนมกราคม 2020 ห้ามพลาด ในโรงภาพยนตร์

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูหนัง