หนังออนไลน์ : รีวิว ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะ เฟคฮาไม่พัก ปังปั๊วะสิบสิบสิบไปเลยแม่!!

จากเพจบันทึกของตุ๊ด สู่ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ เดอะ ซีรีส์ ซีรีส์และเรื่องราวสุดฮาที่หยิบเอาความสัมพันธ์ของเพื่อน 3 ตุ๊ด กับ 1 ดี้เอามาร้อยเรียงกลายเป็นความฮา ความประทับใจ ความอิน และบางตอนทำเอาหลายคนเสียน้ำตา จากความประทับใจนั้นกลายมาเป็นภาพยนตร์ที่จะมาปลุกความฮาให้กลับมาปังเปรี้ยงอีกครั้ง กับเรื่องราววความวายป่วงสุดระทึกขวัญ เมื่อพวกนางทั้ง 4 ต้องปฏิบัติการลวงโลกครั้งมโหฬารในภาพยนตร์เรื่อง ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะ เฟค

เรื่องราวความวินาศเริ่มต้นขึ้นเมื่อกอล์ฟ ตุ๊ดอ้วนประจำกลุ่มที่พ่วงตำแหน่งติ่งนัมเบอร์วันของ เคที่ จักรพรรดินีแห่งวงการบันเทิงไทย นางกอล์ฟดันไปก่อเหตุทำเอาเคที่สะดุดล้มจนแม่ต้องเข้าโรงพยาบาล งานงอกเพราะพวกนางสุ่มเสี่ยงจะโดนฟ้องร้องลงดาบ จนต้องหาวิธีการทุกทางในการหาตัวตายตัวแทนมาเฟคเป็นแม่เคที่ นั่นทำให้พวกนางไปเจอกับ เจ๊น้ำ แม่ค้ากะหรี่ไฟแล่บ ที่ศัลยกรรมจนหน้าเหมือนเคที่ แต่อนิจจาใบหน้าอาจสวยเหมือนเป๊ะ แต่นิสัยสันดานกลับเปลี่ยนไม่ได้ เรื่องราววายป่วงจึงเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่จุดนั้น

สำหรับใครที่ติดตามแก๊งค์ตุ๊ดมาตั้งแต่ ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ เดอะ ซีรีส์แล้วล่ะก็ กลิ่นอายและสไตล์การเล่าเรื่องในแบบที่คุ้นเคยได้กลับมาอย่างครบถ้วน เพิ่มเติมคือโปรดักชั่นในระดับภาพยนตร์ ความฮาที่ไม่ได้มีแค่จริตความกะเทยของแก๊งค์ตุ๊ด แต่ยังใส่เต็มความครีเอทในการจิกกัดวงการบันเทิงไปทั่วโลก ทำเอาหลุดขำจังหวะเป๊ะได้หลายต่อหลายฉาก ผสมกลมกลืนกับเสียงและเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ต้องขอบอกว่า…เริ่ดมากแม่!

ทั้งหมดทั้งมวลก็ยังไม่สู้กองทัพเซอร์ไพร์สที่พวกนางขนกันมาทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นคุณแพร วทานิกา, เชฟป้อม, น้องไอซ์ พาริส และอื่น ๆ อีกมหาศาล ดูหนังเรื่องเดียวเหมือนได้ดูทุกคอนเทนต์ในวงการบันเทิง! แต่เหนือสิ่งอื่นใดต้องยก MVP ประจำเรื่องให้กับแม่เคที่/เจ๊น้ำ ที่แสดงโดยชมพู่ อารยา ที่แม่ชมจัดหนักจัดเต็ม เล่นสุดใส่สุด ไม่ห่วงสวยเลยแม้แต่นิด ในฉากที่เป็นเคที่ก็บารมีจับ ในฉากที่เป็นเจ๊น้ำก็กักขฬะได้ถึงพริกถึงขิง รับประกันเลยว่าทุกคนต้องไม่เคยเห็นแม่ชมในเวอร์ชั่นนี้มาก่อนแน่นอน

ส่วนการแสดงของ 3 ตุ๊ด 1 ดี้ในเรื่องนี้ก็สอบผ่านแบบไม่มีข้อกังขา แต่ละคนมีปมเรื่องราวเป็นของตัวเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรักสามเส้าสุดท้าทายจิตใจของกัส, จมูกที่ต้องแก้แล้วแก้อีกของคิม, ความติ่งสุดอุทิศตนของกอล์ฟ และความอยากได้ลูกจนต้องวางแผนเผด็จศึกเพื่อนของแนตตี้ ทั้งหมดถูกร้อยเรียงให้กลายเป็นเนื้อเรื่องเดียวกันภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง 48 นาที

สุดท้ายนี้ใครที่กำลังหาภาพยนตร์ชมในช่วงวันหยุดยาวสุดสัปดาห์นี้ ทำใจสบาย ๆ ผ่อนคลายความเครียด และไปใช้เวลาปล่อยเสียงฮาให้เต็มที่ ภาพยนตร์เรื่องนี้ตอบโจทย์อย่างแน่นอน ได้เวลาชวนเพื่อนชาย, หญิง, ตุ๊ด, กะเทย, ทอม, ดี้ และญาติสนิทมิตรสหายรอบกายรอบตัวไปเสพย์ความบันเทิงที่

ส่งตรงจากโรงภาพยนตร์กับ ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะ เฟค กำหนดฉาย 5 ธันวาคมนี้

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์ 

หนังออนไลน์ : พิภพวานร ฉบับใหม่ กับภายใต้การคุมงานสร้างของผู้กำกับ Maze Runner

Planet of the Apes เฟรนไชส์ภาพยนตร์สุดดราม่าที่ผสมผสานเนื้อหาอันเข้มข้น เข้ากับเทคนิคพิเศษด้านโมชั่นแคปเจอร์ชั้นเซียน จนกลายเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นภาพยนตร์ภาคต่อถึง 3 ภาคที่ถูกสร้างภายใต้สตูดิโอ 20th Century Fox แต่เมื่อในตอนนี้เจ้าจิ้งจอกสองพันปีได้ตกอยู่ภายใต้การดูแลของ Walt Disney แล้ว นี่คือหนึ่งในโปรเจ็กต์ภาพยนตร์ที่เกิดคำถามว่าจะถูกสร้างอออกมาใหม่หรือไม่ 

 ล่าสุดมีรายงานเปิดเผยออกมาจากเว็บไซต์ The Hollywood Reporter ว่าทางวอลต์ ดิสนีย์สนใจที่สร้างภาพยนตร์ Planet of the Apes ขึ้นมาอีกครั้ง โดยจะดึงเอาผู้กำกับ Wes Ball ผู้กำกับจากเฟรนไชส์เมซรันเนอร์มาดูแลภาพยนตร์เรื่องใหม่นี้

แม้ว่าจะมีการเปิดเผยว่าจะมีตัวผู้กำกับที่สนใจแล้ว เฟรนไชส์นี้ก็ยังไม่มีการเปิดเผยว่าจะเป็นภาพยนตร์ฉบับรีบู๊ตสร้างเนื้อเรื่องใหม่ หรือเป็นภาพยนตร์ภาคต่อที่จะเล่าเรื่องของซีซาร์ต่อไป

สาเหตุดิสนีย์สนใจที่จะสร้าง Planet of the Apes ขึ้นมาอีกครั้ง อาจเป็นเพราะการประสบความสำเร็จด้านรายได้ โดย War for the Planet of the Apes ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเฟรนไชส์นี้ก็ได้กวาดรายได้ทั่วโลกไปที่ 490.7 ล้านเหรียญ USD จากทุนสร้างทั้งหมดประมาณ 150 ล้านเหรียญ USD ในขณะที่ Dawn of the Planet of the Apes ได้ทำรายได้อยู่ที่ 710.6 ล้านเหรียญ USD

อย่างไรก็ตามยังไม่แน่นอนว่า Planet of the Apes จะกลายมาเป็นภาพยนตร์ที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์หรือไม่ หรือทางดิสนีย์อาจจะสร้างขึ้นมาใหม่แล้วปล่อยลงฉายในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของตัวเองก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์ 

หนังออนไลน์ : คีแทก สุดยอดคุณพ่อแห่งปี 2019 จากหนัง Parasite ชนชั้นปรสิต

“คีแทก” ตัวละครที่เป็นพ่อในชนชั้นปรสิต เรื่องราวเปิดตัวด้วยห้องอุดอู้ทรุดโทรม สภาพอันไม่น่ารื่นรมย์ของบ้านที่มีส้วมตั้งอยู่ริมห้อง ไว้ปลดทุกข์แบบไร้ฉากกั้น ครอบครัวของคีแทกกำลังจะเริ่มต้นพับกล่องพิซซ่า เพื่อหารายได้ประทังชีวิต เทศบาลก็ออกพ่นยุง ลูกๆบอกให้พ่อปิดหน้าต่างเพื่อไม่ให้สารเคมีเข้ามาในบ้าน แต่ในขณะที่พ่อบอกว่า “ไม่ต้องปิด..สารเคมีจะได้ฆ่าแมลงในบ้านจะได้ไม่เสียเงิน” ในขณะที่ควันลอยฟุ้งเข้ามาในบ้าน พ่อกลับไม่สนใจและตั้งหน้าตั้งตาพับกล่องพิซซ่าต่อไป ในตอนนั้นเราเริ่มคิดว่า คีแทก ผู้เป็นพ่อ น่าจะต้องคิดบ้างว่า เพราะความไม่เอาไหนของตัวเอง ถึงได้พาครอบครัวอยู่ในจุดที่ลำบากขนาดนี้ แต่มันคงจะทำอะไรไม่ได้ ในเมื่อเกิดมาจนก็คงต้องตั้งหน้าตั้งตาทำสิ่งที่จะแลกกับเงินต่อไป 

เพราะความจนทำให้ลูกสาวไม่ได้เรียนต่อทั้งที่มีความสามารถด้านศิลปะ..ลูกชายไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัย แต่เมื่อแผนปอกลอกครอบครัวร่ำรวยเริ่มต้น พ่อก็ฉายแสงและทำหน้าที่ผู้นำครอบครัวอย่างเต็มภาคภูมิ..ลูกชายและลูกสาว วางแผนให้พ่อที่ทำหน้าที่เป็นคนขับรถ ใส่ไฟและเกลี้ยกล่อมให้คุณนายของบ้านไล่แม่บ้านออกเพื่อจะได้ให้ ภรรยาของตัวเองมาทำหน้าที่นี้แทน แผนการนี้ประสบความสำเร็จ พ่อ พยายามแสดงและถ่ายทอดออกมาได้แยบยล ทำให้ทุกคนในครอบครัวยากจน..มีอาชีพทำในบ้านของครอบครัวผู้ร่ำรวย และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขราวกับเป็นบ้านของตัวเอง

เมื่อกลิ่นเป็นสิ่งที่ปิดกั้นไม่ได้ กลิ่นของคนจน ก็ แทรกเข้าไปท่ามกลางกลิ่นของคนรวย ความผิดกลิ่นจึงเป็นเรื่องที่คนในบ้านหรูต่างรับรู้ได้ เด็กชายของบ้านร่ำรวย ได้กลิ่น แม้จะอยู่ในบทบาทของครูสอนพิเศษ นักศิลปะบำบัด แม่บ้าน และคนขับรถ ทุกคนต่างมีกลิ่นความจนติดตัวเหมือนกัน เจ้านายปาร์ค ผู้ที่ถึงกับบอกภรรยาว่า “นิสัยเขาหวิดจะลามปามอยู่หลายครั้ง แต่กลิ่นนี่สิลามปามจากหน้ารถมาถึงเบาะหลัง” ….คุณนายปาร์คถึงกับเปิดกระจกเบือนหน้าหนีด้วยความรังเกียจให้กับกลิ่นนั้น และฉากที่นำไปสู่จุดพีคในท้ายเรื่อง เมื่อนายปาร์คเข้าไปหยิบกุญแจรถใกล้ๆร่างของชายที่ขึ้นมาจากใต้ดิน แต่เขากลับทนกลิ่นเหม็นคนจนที่ติดตัวชายคนนั้นไม่ไหว เผลอเอาทำหน้าสะอิดสะเอียน เอามือมาปิดจมูก เหมือนเป็นการขยี้เรื่องปมในใจเรื่องกลิ่นคนจนที่โดนเหยียดของ “คีแทก” ปรอทที่ถูกอัดอั้นไว้ตลอดทั้งเรื่องก็ถึงคราวพุ่งปรี๊ดแตกระเบิดออกมากลายเป็นการลงมือก่อโศกนาฎกรรมครั้งนั้น

บทสรุปของ คีแทก พ่อที่ได้แต่โทษตัวเองว่านำครอบครัวมาถึงจุดตกต่ำ พ่อผู้ไม่เอาไหน หัวหน้าครอบครัวสุดห่วย ความคาดหวังและความกดดันของหน้าที่พ่อ ที่หวังว่าสักวันหนึ่งจะทำให้ชีวิตดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ในที่สุดเขาก็ไม่อาจพาครอบครัวไปสู่คืนวันแห่งความสุขได้ สุดท้ายเขาต้องอยู่กับความโดดเดี่ยว ใช้ชีวิตอย่างปรสิตเพื่อความอยู่รอดแบบไร้ความหมายไปวันๆ

คีแทก บอกว่า “..แผนที่ดีคือไม่มีแผน บ่อยครั้งที่ชีวิตของเราไม่เป็นไปตามแผน เมื่อไม่มีการวางแผน ย่อมไม่มีผิดแผน เมื่อไม่ผิดแผนก็ไม่ผิดหวัง..” คีแทกได้ตั้งโจทย์อย่างหนึ่งต่อคนดูว่าสิ่งที่เขาคิดนี่เป็นหลักการดำเนินชีวิตของคนจนที่ใช้ชีวิตไปวันๆ ปล่อยไปตามยถากรรมหรือเปล่า? และชีวิตที่จะนำพาครอบครัวไปสู่ความสุขมันจำเป็นจะต้องมีการวางแผนเพื่ออนาคตที่ดีหรือเปล่า?

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์ 

หนังออนไลน์ : คีอานูรีฟส์ต้องถ่าย The Matrix 4 คิวชนกันกับ John Wick 4 อาจมีดีเลย์

 เราต่างก็รู้ดีว่าช่วงนี้นักแสดงชายชื่อดังอย่าง คีอานู รีฟส์ (Keanu Reeves) ได้กลับขึ้นมาเป็นชายสุดฮอตอีกครั้ง และเขาต่างก็เป็นที่ต้องการตัวในโปรเจ็คต่างๆมากมาย และเนื่องจากงานที่ล้นมือเขาในช่วงนี้ มันจึงอาจทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาในอนาคต…

แลนซ์ เรดดิค (Lance Reddick) นักแสดงชายผู้รับบท Charon พนักงานต้อนรับในโรงแรม The Continental จากเฟรนไชส์ John Wick เพื่อนผู้ร่วมแสดงกับ คีอานู รีฟส์ ได้ถูกสื่อ ComicBook.com ถามว่ามีอะไรอัพเดทใหม่ไหมเกี่ยวกับโปรเจ็ค John Wick ภาค 4 ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเขาได้ตอบกลับมาว่า แม้มันจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ดูเหมือนโปรเจ็ค John Wick ภาคที่ 4 นี้ อาจเกิดปัญหาเรื่องตารางเวลาการแสดงของ รีฟส์ ที่เขาอาจจะต้องไปเล่นภาค 4 ของหนังอีกเรื่องในอีกเฟรนไชส์หนึ่งด้วยเหมือนกัน(The Matrix 4)

“ครั้งล่าสุดที่ผมได้ยินคือ มันยังไม่มีบทเลยครับ ซึ่งนั่นมันก็เดือนหนึ่งมาแล้ว. ผมรู้ว่าพวกเขากำลังทำงานกับมันอยู่แต่ส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหาคือตารางเวลาของ Kaenu ที่ได้เซ็นต์สัญญาเล่น The Matrix 4 ด้วย นอกจากนี้เขายังมีโปรเจ็ค Bill&Ted ที่กำลังจะมาถึงอีก. เขามีงานมากถึงสามเฟรนไชส์ เขาดูวุ่นมากทีเดียว และผมก็ไม่มั่นใจว่าต่อไป เขาจะทำ The Matrix4 หรือ John Wick 4 ก่อนกันแน่”

ในตอนนี้ Reeves ได้เสร็จสิ้นการถ่ายทำ Bill&Ted Face the Music เป็นที่เรียบร้อยแล้วและพร้อมเข้าฉายในปีหน้า และ The Matrix 4 ก็ได้วางแผนการถ่ายทำในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2020 ก่อนที่หลังจากนั้นเขาจะต้องออกทัวร์โปรโมทหนัง Bill&Ted ซึ่งนั่นหมายความว่ามันจะไม่มีเวลาให้โปรเจ็ค John Wick 4 เลย จนกว่าปลายสิงหาคม ปี 2020 ดังนั้นแฟนๆ John Wick คงต้องทำใจรอไปอีกยาวๆเลย

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์ 

ดูหนัง มาดู มู่หลาน ฉบับ Live Action 2020 กับ 6 สิ่งที่เปลี่ยนไป

ใกล้ความเป็นจริงแล้วสำหรับ “มู่หลาน” ภาพยนตร์ในตำนานจากดิสนีย์ที่อยู่ในใจใครหลายคน โดยภาค Live Action หรือเวอร์ชั่นคนแสดงมีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 27 มีนาคม ปี 2020 ที่จะถึงนี้ แต่ก่อนจะได้รับชมกันก็มีกระแสออกมามากมายเกี่ยวกับรายละเอียดที่อาจเปลี่ยนไปและไม่เหมือนกับเวอร์ชั่นการ์ตูนเมื่อปี 1998 เนื่องจากมีหลายส่วนที่อ้างอิงมาจากหนังสือ Ballad of Mulan ของจีน

วันนี้ Mango Zero ขอพาไปดู 6 สิ่งที่จะเปลี่ยนไปและเราจะได้รับชมกันในมู่หลาน 2020 ไปดูกันเลย!

ไม่ใช่มิวสิคัล

สิ่งแรกที่มู่หลานภาคนี้จะไม่เหมือนกับภาคการ์ตูนที่เราเคยดูก็คือแนวของภาพยนตร์ที่เป็นแอคชั่นและเน้นเล่าเรื่องราวชีวิตของมู่หลาน โดยไม่มีการร้องมิวสิคัล แต่จะใช้สกอร์หรือเพลงที่มีแต่ดนตรีมาประกอบฉากแทน ใครที่คาดหวังว่าจะได้ดูมิวสิคัลในตำนานอย่าง Reflection หรือ I’ll Make A Man Out Of You ก็อาจจะต้องผิดหวังกันนิดหน่อย

ชื่อปลอมของมู่หลานที่เปลี่ยนไป

“มู่หลาน” ภาคนี้รับบทโดย “หลิว อี้ เฟย” ซึ่งถ้าใครได้ดูในตัวอย่างแล้วก็จะเห็นว่าสวยและเหมาะสมกับบทนี้เอามากๆ แต่ถึงอย่างนั้นความเปลี่ยนแปลงของเธอก็คือในขณะที่ปลอมตัวเป็นผู้ชายเพื่อเข้าไปเป็นทหารแทนพ่อ ชื่อของเธอในเวอร์ชั่นการ์ตูนคือ “ผิง” ในขณะที่ในเวอร์ชั่นใหม่เธอใช้ชื่อว่า “จุน” ซึ่งเปลี่ยนไปเพราะความหมายของคำว่า “ฮวา ผิง” หรือชื่อปลอมที่รวมกับนามสกุลของฮวา มู่หลาน มีความหมายค่อนไปในเชิงลบ

ไม่มีแม่ทัพชาง

เป็นที่น่าเสียดายว่าในมู่หลานเวอร์ชั่นคนแสดงจะไม่มีตัวละครสำคัญอย่าง “แม่ทัพชาง” แต่ตัวละครที่เป็นคนรักของมู่หลานจะกลายเป็นนายทหารคนหนึ่งในกองทัพของแม่ทัพถัง ซึ่งรับบทโดย “โยซอน อัน”

ตัวร้ายที่เปลี่ยนไป

แต่เดิมที่ในเวอร์ชั่นการ์ตูน ตัวร้ายของเรื่องคือ “ชาน ยู” จะถูกเปลี่ยนเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติ นั่นก็คือแม่มด “เซียน หลาง” ซึ่งรับบทโดย “กง ลี่” นักแสดงหญิงชื่อดังของจีน ซึ่งก็น่าลุ้นว่าความเป็นแอคชั่นบวกแฟนตาซีเล็กๆ แบบนี้ ดิสนีย์จะทำออกมาได้น่าตื่นตาตื่นใจแค่ไหน

ไม่มีมูชู

หลายคนเศร้าใจกันอยู่ไม่น้อย เมื่อมีการเปิดเผยว่าในมู่หลานเวอร์ชั่น 2020 จะไม่มี “มูชู” เจ้ามังกรคู่ใจของมู่หลาน แล้วแทนที่ด้วยนกฟินิกซ์​ โดยก็มีกระแสจากโลกโซเชียลที่เห็นว่าอาจมาจากความเชื่อของชาวจีนที่มีมังกรเป็นตัวแทนของฮ่องเต้และผู้ชาย ในขณะที่นก​ (หงส์) เป็นตัวแทนของผู้หญิง จึงน่าจะเหมาะสมกับมู่หลานมากกว่า

มู่หลานมีน้องสาว

ในเวอร์ชั่นการ์ตูนดิสนีย์ มู่หลานเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน ในขณะที่ถ้าใครได้ดูตัวอย่างหนัง จะเห็นว่ามู่หลานมีน้องสาว 1 คน ชื่อว่า “ฮวา ซิ่ว” รับบทโดย “ซาน่า ถัง” แต่ก็ได้ตัดตัวละครอย่างคุณยายของมู่หลานออกไปด้วย

อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงแค่บางส่วนที่ถูกเปิดเผมออกมาก่อน และคาดว่าอาจจะมีรายละเอียดอื่นๆ ที่ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นไปตามเนื้อหาของหนังสือ Balld of Mulan ต้องมารอดูกันในโรงภาพยนตร์ว่าจะเป็นยังไง!!

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูหนัง 

ดูหนัง : กลับมาอีกครั้งกลับภาพยนตร์ มู่หลาน ฉบับ Live Action กับประโยคสุดซึ้ง จากพ่อมู่หลาน

มู่หลาน เป็นเรื่องราวที่บอกเล่าถึงความกตัญญูของวีรสตรีแห่งแผ่นดินจีน ที่เธอตัดสินใจปลอมตัวเป็นชายสมัครเป็นทหารเพื่อออกรบแทนพ่อ ซึ่งในฉบับแอนิเมชั่นได้มีฉากคำสอนของพ่อที่น่าประทับใจ จนเราอยากนำมาบอกต่อ 

“…ไม่น่าเชื่อเลยว่าปีนี้ดอกท้อบ้านเราบานสะพรั่งกว่าทุกปี แต่ดูดอกนั้นสิยังไม่บาน แต่พ่อมั่นใจว่ายามใดที่มันบานจะงดงามกว่าดอกท้อดอกใดๆ….”

ประโยคนี้เป็นตอนที่พ่อของมู่หลาน ได้ปลอบใจลูกสาวไม่ให้เสียใจหลังจากที่ไม่เป็นที่พอใจของแม่สื่อ 

“…ข้ายินดีตายเพื่อสิ่งที่ถูกที่ควร ข้ารู้หน้าที่ข้า ถึงเวลาที่เจ้าควรจะรู้เช่นกัน…” 

เป็นฉากที่พ่อของมู่หลานยืนยันว่าจะเข้ารบแม้ร่างกายจะไม่พร้อมก็ตามแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและการรู้จักหน้าที่ของพลเมืองจีน 

“…ของขวัญที่ยิ่งใหญ่และทรงเกียรติ คือการมีเจ้าเป็นลูกสาวของพ่อ ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน…”

เป็นฉากที่มู่หลานกลับมาจากศึกและได้มอบเหรียญตราพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้ให้กับพ่อ และพ่อได้ตอบว่าของขวัญที่ยิ่งใหญ่คือการมีลูกสาวอย่างเช่นมู่หลาน ซึ่งนั่นเป็นความภูมิใจในตัวลูกสาว

ทั้งนี้ในปี 2020 บทของพ่อมู่หลานจะกลับมาอีกครั้งในฉบับภาพยนตร์  Live Action โดยบทของ Hua Zhou หรือ พ่อมู่หลาน แสดงโดย Tzi Ma นักแสดงชาวฮ่องกงนั่นเอง ก่อนหน้านี้ มู่หลาน ฉบับแอนิเมชั่นดิสนีย์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยสามารถกวาดรายได้ 304 ล้านดอลล่าร์สหรัฐและได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสก้าร์และลูกโลกทองคำในสาขา Best Original Song ด้วย มู่หลาน เป็นเรื่องราวของสาวชาวจีนคนหนึ่งที่ปลอมตัวเป็นชายและออกรบแทนพ่อ จนต้องไปร่วมพิทักษ์ราชบัลลังก์ขององค์ฮ่องเต้

ด้วยความที่เนื้อเรื่องมีความสนุกสนานและบทเพลงที่ไพเราะทำให้มู่หลานได้รับการชื่นชมจากนักวิจารณ์ทั่วโลกให้เป็นหนึ่งในแอนิเมชั่นที่ยอดเยี่ยมอีกเรื่องหนึ่งของดิสนีย์ ต้องมาคอยดิตตามกันว่าในฉบับ Live Action 2020 จะถูกสร้างออกมาในรูปแบบใด 

กำหนดฉาย 26 มีนาคม ในโรงภาพยนตร์

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูหนัง 

ดูหนัง : สการ์เล็ตต์ โจแฮนน์สัน เผยถึง หนังเดี่ยว ในหนังเรื่อง Black Widow

หลังจากเสียน้ำตาและเศร้าโศกกับการจากไปของนาตาชา โรมานอฟ ใน Avengers: Endgame บางคนอาจจะยังไม่สามารถมูฟออนจากเหตุการณ์นั้นบนดาววอร์เมียร์ได้ เรากำลังจะได้กลับมาเจอเธออีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย ในภาพยนตร์เรื่อง Black Widow เพื่อเติมเต็มเรื่องราวของสายลับสาวเจ้าของโค้ดเนมแม่ม่ายดำคนนี้ หากใครที่ติดตามข่าวคราวของภาพยนตร์เรื่องนี้มาบ้างคงจะทราบว่านี่จะเป็นเรื่องราวหลังจากจบเหตุการณ์ใน Civil War ในช่วงเวลาที่เธอหลบหนีจากการตามล่าของทั่วโลก ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ใน Infinity War แต่จริง ๆ แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?? 

ล่าสุด สการ์เล็ตต์ โจแฮนน์สัน ได้ให้สัมภาษณ์กับ Vanity Fair เล่าเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ ว่าในภาพยนตร์เรื่อง Black Widow นี้จะเกิดอะไรขึ้นกับตัวละครนาตาชา โรมานอฟบ้าง เธอเล่าเอาไว้ว่า…

“เราเพิ่งถ่ายทำ Black Widow กันเสร็จไปเมื่อประมาณสองสัปดาห์ก่อนค่ะ ตอนนี้มันเลยสดใหม่ในความคิดของฉันมาก ฉันเลยยังไม่มีมุมมองที่เป็นภาพรวมของหนังเรื่องนี้เลย นี่จะเป็นหนังที่เกี่ยวกับการให้อภัยตัวเอง เป็นหนังที่เกี่ยวกับครอบครัว…

ฉันคิดว่าเราได้ดูหนังเกี่ยวกับการก้าวผ่านวัยมาแล้วเยอะมาก และคุณจะได้เห็นโมเมนท์แบบนั้น กับการอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ หลังจากนั้นคุณก็จะก้าวไปเหนือกว่าเดิม ฉันคิดว่าใน Black Widow ที่เป็นหนังเดี่ยวนี้ ในตอนที่เราเจอเธอ เธอยังอยู่ในช่วงเวลาวิกฤติ และตลอดทั้งเรื่องเธอจะต้องเผชิญหน้ากับหลายสิ่งหลายอย่างที่สร้างเธอขึ้นมา ซึ่งจริง ๆ แล้วเธอก็ได้ผ่านวิกฤติมาแล้วไม่น้อย และเธอก็สามารถที่จะเริ่มต้นใหม่ได้ มันทำให้เธอมีเหตุผลมากขึ้น และเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น นั่นล่ะค่ะคือการเดินทางของเธอ ฉันหวังว่าอย่างนั้นนะ”

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูหนัง 

ดูหนัง : อัศวิน Knights of Ren ตัวโหดกับเรื่องราวใน Star Wars 9

เจ.เจ.อับรัมส์ (J.J. Abrams) ผู้กำกับ Star Wars ภาค 9 The Rise of Skywalker ได้ออกมาเปิดเผยเหตุผลในการตัดสินใจที่เขาได้นำเหล่ากลุ่มอัศวินแห่งเร็น (Knights of Ren) กลับมาในภาคที่ 9 นี้อีกครั้ง โดยเขาได้บอกเพิ่มเติมอีกว่า เขารู้สึกว่า กลุ่ม Knights of Ren สมควรจะได้รับเวลาในหนังที่มากกว่านี้ ในจักรวาล Star Wars

จากการพูดคุยกับสื่อ Esquire. เจ.เจ.อับรัมส์ ได้ยอมรับว่าเขามีไอเดียมากมายเกี่ยวกับกลุ่มนักรบหน้ากากชุดดำสุดเท่ที่มาพร้อมกับความลึกลับเหล่านี้ หลังจากที่พวกเขาเคยปรากฏตัวครั้งแรกมาแล้วในภาค The Force Awakens. ดังนั้นเขาจึงอยากจะขยายเรื่องราวของกลุ่มคนเหล่านี้ในขณะที่เขายังคงมีโอกาสอยู่

“กลุ่มตัวละครเหล่านั้น ในตอนแรกที่พวกเราเปิดตัวพวกเขาใน Force Awakens พวกเขาโผล่มาแค่แปปเดียวเท่านั้น แต่จริงๆแล้วเรามีความคิดดีๆมากมายกับการผจญภัยไปกับพวกเขาในอนาคต หรืออาจจะเป็นเรื่องราวต้นกำเนิดของพวกเขา แต่เรื่องราวเหล่านั้นก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่เราโฟกัสและไม่ได้เป็นจุดศูนย์กลางของเรื่องราว และมันก็ไม่เคยถูกนำเสนอออกมาในหนัง”

“และในภาคที่ 8 The Last Jedi พวกเขาก็ไม่ถูกเอ่ยถึงเลย. และนั่นมันก็เป็นเหตุผลหลักๆที่จะนำพวกเขากลับมาในภาคนี้ ผมหมายความว่า จริงๆแล้วทางที่ดีที่สุดคือทำให้พวกเขากลายเป็นกลุ่มลึกลับต่อไปจะดีกว่าทำให้พวกเขาเป็นคนธรรมดา ซึ่งผมจะบอกว่าพวกเขาจะไม่มีฉากออกมาเยอะหรอกนะครับ ไม่ว่าจะเป็นฉากเอาหน้ากากออก หรือไปเที่ยวด้วยกัน หรือกินแซนด์วิชด้วยกัน แต่ผมรู้สึกว่า ผมอยากที่จะเห็นเรื่องราวของพวกเขามากขึ้น มากกว่าที่เราเคยมี และผมก็รู้สึกดีใจมากที่เราได้มีโอกาสที่จะทำมันในหนังภาคนี้”

และจากตัวอย่าง TV Spot ตัวล่าสุดในชื่อว่า Fate เพื่อโปรโมทหนัง Star Wars 9 ก็ได้ยืนยันกับเราอย่างเป็นทางการว่าพวกเขาจะกลับมามีบทบาทในภาคนี้อย่างแน่นอน (แม้ว่าในตัวอย่างจะโผล่มาแค่แว๊บเดียวก็ตาม) แฟนๆคงได้แต่หวังว่าพวกเขาในหนังจะมีบทบาทที่ดี ที่น่าสนใจ ไม่ใช่เหล่าตัวประกอบธรรมดาๆนะ

Star Wars: The Rise of Skywalker  เข้าฉาย 19 ธันวาคม ในโรงภาพยนตร์

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูหนัง 

ดูหนัง : ไมเคิล บี จอร์แดน อาจได้รับบท ซูเปอร์แมนคนใหม่

แม้นักแสดงสุดหล่อกล้ามบึ้กอย่าง เฮนรี คาวิลล์ (Henry Cavill) จะเพิ่งยืนยันไปก่อนหน้านี้ไม่กี่วันว่าตนเองจะยังคงรับบทซูเปอร์แมนอยู่ แต่ก็มีข่าวล่ามาไวออกมาแล้วว่าทาง วอร์เนอร์ บราเธอร์ส (Warner Bros.) เองก็กำลังคุยโปรเจ็คการสร้างซูเปอร์แมนเวอร์ชั่นใหม่อยู่เหมือนกัน

โดยซูเปอร์แมนเวอร์ชั่นใหม่นี้จะเป็นเวอร์ชั่นคนดำ และจะดูแลโปรเจ็คโดย เจ เจ เอบรัมส์ (J. J. Abrams) พร้อมกับบริษัทโปรดัคชั่น Bad Robot ของเขา และได้ทำการทาบทามนักแสดงสุดเท่อย่าง ไมเคิล บี จอร์แดน (Michael B. Jordan) ให้มารับบทซูเปอร์แมนเวอร์ชั่นนี้ โดยหลายคนคาดว่าที่ต้องเป็นคนดำก็เพื่อนำเสนอความหลากหลายทางเชื้อชาติเพิ่มเข้ามาในจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่ ซึ่งหากโปรเจ็คนี้เกิดขึ้นจริง อย่างน้อยๆกว่าเราจะได้ชมก็น่าจะหลังปี 2023

เฮนรี คาวิล ได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Men’s Health เอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า “ผ้าคลุมยังอยู่ในตู้อยู่ (น่าจะเป็นการเปรียบเปรย) มันยังเป็นของผม ผมยังไม่เลิกรับบทนั้น ผมยังมีอะไรต้องทำในฐานะซูเปอร์แมนอยู่ มีเรื่องต้องเล่า เรื่องที่ดูจริง จริงใจกับการนำเสนอตัวละครนี้ที่สุด ผมอยากสะท้อนเนื้อเรื่องจากคอมิค มันสำคัญสำหรับผม ยังมีเรื่องเกี่ยวกับความยุติธรรมมากมายที่ซูเปอร์แมนต้องทำให้เสร็จสิ้น สถานะตอนนี้คือ: เดี๋ยวคุณรู้”

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูหนัง 

ดูหนัง : หนุ่มน้อยเจเดน มาร์เทล หล่อขวัญใจป้า กลับมาในหนังใหม่ Knives Out

เจเดน มาร์เทล นักแสดงเด็กอเมริกัน วัย 16 ปี เคยผ่านผลงานภาพยนต์มาแล้วมากมาย เช่น  St. Vincent,Midnight Special, The Confirmation, The Book of Henry ซึ่ง เจเดน ก็มีงานแสดงนำที่เรียกได้ว่า ฉายแสงอย่างเต็มตัวใน  ภาพยนตร์เรื่อง IT ทั้งสองภาค และล่าสุดเขากลับมาอีกครั้งในผลงานภาพยนตร์ “Knives Out” 

ภาพยนตร์พล็อตต้องจับตาที่ว่าด้วยเรื่องราวของปริศนาฆาตกรรมร่วมสมัย เมื่อทั้งครอบครัวมารวมตัวกันพร้อมหน้า เพื่อฉลองวันเกิดครบ 85 ปีของนักเขียนรุ่นใหญ่ แต่ดันเกิดเหตุไม่คาดฝัน เขาเสียชีวิตลงอย่างเป็นปริศนา งานนี้นักสืบมือดีจึงต้องเข้ามาคลี่คลายคดี และแน่นอนว่าทุกคนในบ้านกลายเป็นผู้ต้องสงสัย! ภายใต้ปาร์ตี้อันสนุกสนาน คำโกหกที่ถูกปกปิด ความจริงที่กำลังจะถูกเปิดเผย ไม่มีรายชื่อผู้ต้องสงสัยคนไหนที่เราจะตัดทิ้งได้! ซึ่งถือเป็นผลงานที่ได้แรงบันดาลใจจากงานของราชินีแห่งนิยายฆาตกรรม “อกาธา คริสตี้”

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูหนัง