ดูหนัง : เผยการกลับมารับบท 007 เจมส์ บอนด์ เรื่องที่ 5 ของแดเนียล เคร็ก

ในตอนที่ภาค Spectre ถูกปล่อยออกมา มันดูเหมือนว่าในภาคนี้จะเป็นภาคสุดท้ายของ แดเนียล เคร็ก (Daniel Craig) ในการรับบทสายลับ 007 เพราะจากการให้สัมภาษณ์กับหลายๆสื่อเขาได้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าเขาจะไม่กลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอน โดยเขายอมกรีดข้อมือตัวเองดีกว่าที่จะกลับมาต่อสัญญาอีกครั้งในเฟรนไชส์นี้ แต่แล้วในที่สุดเขาก็กลับมาอีกครั้งกับอีก 1 ภาคในภาคที่ 25 No Time To Die แล้วอะไรคือเหตุผลที่เขากลับมา?

จากการพูดคุยกับสื่อ Empire. เคร็ก ถูกถามถึงเหตุผลเบื้องหลังในการกลับมาอีกครั้ง เขาจึงให้เหตุผลว่า

“หากภาคนั้นมันใช่ โลกจะดำเนินต่อไปอย่างปกติและผมก็จะสุขสบายอย่างแน่นอน แต่เพราะอะไรบางอย่างมันกลับทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าเราต้องทำอะไรบางอย่างให้เสร็จสิ้น และหากผมทิ้งมันเอาไว้ที่ภาค Specter อะไรที่มันอยู่ในหัวผมมันก็จะทำให้คิดไม่หยุด ผมจึงหวังว่าจะได้ทำอีกภาค ผมมีความไอเดียความลับบางอย่างอยู่เยอะมากในหัวผมและผมก็ต้องการจะปลดปล่อยมันออกมา และในภาค Spectre มันก็ไม่ได้ตอบโจทย์ผม แต่ในภาคนี้ผมรู้สึกว่ามันใช่ครับ”

แดเนียล เคร็ก กลับมารับบท เจมส์ บอนด์ เป็นครั้งที่ 5 ในภาพยนตร์ James Bond ซึ่งเป็นภาคที่ 25 โดยใช้ชื่อว่า No Time To Die (007 พยัคฆ์ร้ายฝ่าเวลามรณะ) ภาพยนตร์กำกับโดย แครี่ โจจิ ฟูกุนากะ

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูหนัง 

ดูซีรีย์ : เขากลับมาแน่!! วายร้ายหลักใน Avatar ยังไม่ตาย

หนึ่งในสิ่งที่น่าจดจำภายในหนัง มหากาพย์ไซ-ไฟของผู้กำกับ เจมส์ คาเมรอน (James Cameron) อย่าง Avatar คงหนีไม่พ้นวายร้ายหลักอย่าง พันเอกไมล์ ควอริตช์ (Miles Quaritch) ที่มีอุดมการณ์สุดโหดและรับบทโดยนักแสดงชื่อดังสุดเหมาะอย่าง สตีเฟ่น แลง (Stephen Lang) แต่แทนที่ตัวละครตัวนี้ดูเหมือนว่าได้ตายไปแล้วในตอนจบของภาคแรก มันกลับมีการยืนยันเซอร์ไพรส์คนดูว่า เขายังไม่ตายและพร้อมจะกลับมาสานต่อตำแหน่งวายร้ายอีกครั้งในภาคต่อด้วย!

คาเมรอน ได้ออกมาบอกและยืนยันอย่างชัดเจนเมื่อไม่กี่ปีก่อนว่า วายร้ายคนนี้ไม่เพียงจะยังมีชีวิตอยู่เท่านั้นแต่เขาจะกลับมาในภาคต่ออีกครั้งแถมไม่ใช่แค่ภาค 2 แน่นอน แต่เขาจะรับบทวายร้ายตัวหลักอีกทั้ง 4 ภาคต่อเลยทีเดียว! และจากคำพูดนี้ของเจมส์ มันก็ได้ทำให้ แลง ผู้รับบทตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

จากการพูดคุยกับสื่อ Deadline. แลง ได้พูดถึงการกลับมาของตัวละครของเขาหลังจากที่เขาได้รู้เรื่องนี้จาก เจมส์ คาเมรอน ในตอนที่อยู่ระหว่างการผลิตภาคแรกว่า

“จิม (เจมส์ คาเมรอน) ได้เปรยกับผมเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน ก่อนที่หนัง Avatar ภาคแรกจะถ่ายทำเสร็จสมบูรณ์เสียอีก เขาบอกว่าตัวละคร ควอริตช์ จะยังมีอนาคตต่อไป. จริงๆในตอนนั้นมันดูเจือจางมากเพราะเรากำลังดื่มเบียร์กันอยู่ด้วย. แต่หลังจากนั้นไม่นานหลัง Avatar เข้าฉาย จิมก็ได้พูดถึงมันอีกครั้งว่า ผู้พันจะกลับมาอีกครั้ง และในตอนนั้นเองที่ผมรู้ว่าจิมรู้ดีว่าตัวเขาเองกำลังหมายถึงอะไร และพูดถึงเรื่องอะไร”

วายร้ายคนนี้กลับมาได้อย่างไร และกลับมาในรูปแบบไหน คงต้องรอติดตามดูกันต่อไป

Avatar 2 วางแผนฉาย 17 ธันวาคม 2021 และทุกๆ 2 ปีจะมีภาคต่อ 3-4-5 ตามมาเรื่อยๆ

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูซีรีย์ 

หนังออนไลน์ : ทอม ครูซ กลับมาเผชิญกับภารกิจครั้งสำคัญ ใน Top Gun: Maverick

หลังจากที่รอคอยกันมานาน สำหรับภาพยนตร์แอคชั่นเรื่อง Top Gun: Maverick – ท็อปกัน: มาเวอริค ที่ล่าสุดได้ปล่อยตัวอย่างสองออกมาให้ชมกันแล้ว พร้อมโปสเตอร์และภาพจากหนังชุดแรกที่เผยภาพ ทอม ครูซ ที่กลับมาเป็นนักบินทดสอบอีกครั้ง

เรื่องราวหลังจากรับราชการเป็นนักบินระดับท็อปของกองทัพเรือมานานกว่า 30 ปี พีท ‘มาเวอริค’ มิทเชลล์ (ทอม ครูซ) กลับมาสู่ที่ซึ่งเหมาะสมกับเขา เขากลับมาเป็นนักบินทดสอบผู้กล้าหาญและหลีกหนีจากความก้าวหน้าทางการงาน เขากลับมาฝึกหน่วยท็อปกันเพื่อปฏิบัติภารกิจพิเศษในรูปแบบที่ไม่เคยมีนักบินที่ยังมีชีวิตอยู่เคยเห็นมาก่อน มาเวอริค ต้องเผชิญหน้ากับ เรือโทแบรดลีย์ แบรดชอว์ (ไมล์ เทลเลอร์) หรือ “รูสเตอร์” ลูกชายของ เรือโทนิค แบรดชอว์ หรือ “กูส” เพื่อนของเขาที่เสียชีวิตไปแล้ว เขาต้องพบกับอนาคตที่ไม่แน่นอนและอดีตที่ตามหลอกหลอน มาเวอริคต้องเผชิญกับความกลัวที่ฝังลึกอยู่ และปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ ซึ่งภารกิจนี้ผู้ที่ได้รับเลือกให้ร่วมบินต้องเสียสละอย่างที่สุด พาราเมาท์ พิคเจอร์ส, สกายแดนซ์ และเจอร์รี่ บรัคไฮเมอร์ ฟิล์มส์ ร่วมกับ เทนเซนต์ พิคเจอร์ส ภูมิใจนำเสนอ Top Gun: Maverick – ท็อปกัน: มาเวอริค อำนวยการสร้างโดย เจอร์รี่ บรักไฮเมอร์, ทอม ครูซ, คริสโตเฟอร์ แมคควอร์รี่ และ เดวิด เอลลิสัน กำกับโดย โจเซฟ โคซินสกี เขียนบทโดย เออเรน ครูเกอร์, เอริค วอร์เรน ซิงเกอร์ และ คริสโตเฟอร์ แมคควอร์รี่ นำแสดงโดย ทอม ครูซ, ไมล์ส เทลเลอร์, เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี่, จอน แฮมม์, เกลน พาวเวลล์, เลวิส พูลแมน และ เอ็ด แฮร์ริส

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์

หนังออนไลน์ : หนัง The Hulk ฮัลค์แหวกเกราะออกมาคลั่ง ปะทะ คัล ออบซิเดียน ซึ่งไม่มีอยู่ในหนัง

มีการเปิดเผยภาพคอนเซ็ปต์อาร์ทภาพใหม่ออกมาเอาใจแฟนๆซูเปอร์ฮีโร่ยักษ์เขียวจอมพลังอย่าง The Hulk ที่บางคนอาจจะบ่นว่าเจ้ายักษ์เขียวจอมคลั่งนี้มีบทอาละวาดน้อยมากทั้งใน Infinity War และ Endgame ในวันนี้ Ryan Meinerding หัวหน้าฝ่ายพัฒนาด้านภาพแห่งค่าย Marvel ได้ออกมาเปิดเผยรูปภาพของ The Hulk ที่คุณไม่ได้เห็นให้เวอร์ชั่นหนัง

ซึ่งในภาพเราจะได้เห็นว่าในที่สุด บรู๊ซ แบนเนอร์ ในชุดเกราะ Hulkbuster ก็ได้กลายร่างเป็น The Hulk แหวกทำลายเกราะออกมาปะทะ คัล ออบซิเดียน 1 ใน Children of Thanos

“ฮัลค์ออกมาแล้ว! นี่คือสถานการณ์ที่ไม่ได้ถูกใช้ในหนัง Infinity War! มันสนุกมากเลยเลยนะที่ได้ทำงานเกี่ยวกับ Hulk ในหนังเรื่องนี้”

บันเทิงต่อที่นี่ >> หนังออนไลน์ 

ดูหนัง : ลูนี่ทูนส์ กำลังจะถูกนำกลับมาทำใหม่ ในเวอร์ชั่นหนัง Live-action

มีการรายงานว่าทางค่าย Warner Bros. กำลังวางแผนสร้างหนัง Live-action (คนแสดงผสมCG) หนังเดี่ยวเกี่ยวกับตัวการ์ตูนวัยเด็กที่เรารู้จักกันดีอย่าง ไวลี อี. ไคโยตี้ (Wile E. Coyote) จาก ลูนี่ทูนส์ (Looney Tunes) และตอนนี้ทางค่ายได้เดินหน้าโปรเจ็คอย่างเป็นทางการโดยการคัดเอา Dave Green ที่เคยฝากผลงานกำกับมาแล้วใน Teenage Mutant Ninja Turtles: Out of the Shadows เมื่อปี 2016 มานั่งแท่นผู้กำกับเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย

จากการรายงานข่าวใหม่ล่าสุดโดยสื่อ Variety ได้มีการเผยข้อมูลว่า Dave Green ได้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับ Looney Tunes โดยค่าย Warner Bros. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อช่วยในการร่วมกันพัฒนาโปรเจ็ค และหนังจะเป็นแนว “live-action-animation-hybrid” ที่จะเป็นหนังคนแสดงผสม CG ตัวการ์ตูนแบบสมจริง ปลุกการ์ตูนในตำนานให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง อย่างไรก็ตามจากการรายงานโดยสื่อโปรเจ็คนี้ยังเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ถึงแม้ได้ตัวผู้กำกับแล้ว แต่ยังขาดผู้เขียนบทอยู่… .ในตอนนี้ได้มีการเปิดเผยว่า หนังเดี่ยว ไวลี อี. ไคโยตี้ จะมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Coyote Vs. Acme (อาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต)

สำหรับแฟนๆการ์ตูนวันเด็กอย่างลูนี่ทูนส์คงต้องอดใจรอกันหน่อยนะ ไม่แน่ว่าหากหนังเดี่ยวเรื่องนี้ประสบความสำเร็จ เราอาจจะได้เห็นหนังจักรวาลลูนี่ทูนส์เรื่องอื่นๆเกิดขึ้นก็ได้ และนั่นก็รวมไปถึง บักส์ บันนี่ (Bugs Bunny) และ ทวีตตี้ (Tweety) อีกด้วย

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูหนัง 

ดูซีรีย์ : มาดูหนัง TENET หนังจารกรรมแนวใหม่ ที่ถ่ายทำถึง 7 ประเทศ

ในวงการภาพยนตร์มีผู้กำกับไม่กี่คนที่แฟน ๆ มักจะเฝ้ารอภาพยนตร์ของเขาอยู่เสมอ หนึ่งในนั้นคือ คริสโตเฟอร์ โนแลน ผู้กำกับชั้นเยี่ยมที่หลายคนยกให้เป็นท่านพ่อ กับการสร้างภาพยนตร์ที่มักจะมีความเหนือชั้นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคงานสร้าง หรือเนื้อหาของภาพยนตร์ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ และคุ้มค่าแก่การเฝ้ารอ และตอนนี้เขากำลังจะมีภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่ชื่อว่า TENET ภาพยนตร์ปริศนาที่เรารู้แค่เพียงนักแสดงที่ร่วมแสดง กับคำใบ้ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับเวลา แต่นอกเหนือไปจากนั้นแล้ว เราแทบไม่รู้พล็อตเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้เลย

ล่าสุด Entertainment Weekly ได้เปิดเผยภาพจากภาพยนตร์เรื่อง TENET ออกมาให้ได้ชมกันแล้ว เป็นภาพของ 3 นักแสดงนำของเรื่อง ได้แก่ John David Washington, โรเบิร์ต แพททินสัน และเอลิซาเบธ เดบิกกิ จากภาพแล้วให้ความรู้สึกออกมาในแนวของภาพยนตร์สายลับสไตล์ James Bond แต่มันอาจจะไม่ได้เป็นแบบที่เราคิดก็ได้

คริสโตเฟอร์ โนแลน ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมของภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาด้วย พร้อมกับบอกว่านี่คือภาพยนตร์ที่โปรดักชั่นงานสร้างใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยสร้างมา และเป็นภาพยนตร์ที่ทะเยอทะยานที่สุดเท่าที่เขาเคยทำ เขาให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า “เรากำลังลองเสี่ยงดูกับภาพยนตร์แนวจารกรรมครับ แต่เราก็ได้ลองอะไรใหม่ ๆ อีกหลายอย่างเลย ผมได้ลองสร้างออกมาหลากหลายแนวและหวังว่ามันจะน่าตื่นเต้นและสร้างความสดใหม่ได้ โปรดิวเซอร์เอ็มม่า โทมัสกับผมได้ใส่งานโปรดักชั่นขนาดใหญ่มาก แต่นี่คืองานที่ใหญ่ที่สุดในสเกลระดับนานาชาติเลย…

            …เราถ่ายทำกันใน 7 ประเทศด้วยกัน ในทุก ๆ สถานที่ ร่วมด้วยกับนักแสดงชื่อดังกับฉากใหญ่ยักษ์ ไม่ต้องถามเลยล่ะครับ นี่คือหนังที่ทะเยอทะยานที่สุดเท่าที่เราเคยทำมาแล้ว”

ออกมาเป็นแบบนี้ยิ่งน่าสนใจขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียวว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะออกมาในรูปแบบไหน และมีเนื้อเรื่องที่พลิกผันอย่างไร ต้องรอติดตามชมกับ TENET วางกำหนดฉายไว้ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2020

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูซีรีย์ 

ดูหนัง : การกำกับภาพและออกแบบงานสร้างใน Black Christmas การออกแบบงานสร้าง การตกแต่งฉาก สายไฟคริสต์มาสสามร้อยดวง

อีกวิธีหนึ่งที่ชวอร์ทซ์บาร์ดจากภาพยนตร์ต้นฉบับที่เขานำมาใช้คือตัวเลือกเรื่องการใช้แสงของเขา ระหว่างซีเควนซ์หนึ่งในบ้านสโมสร พวกเขาไม่ได้ใช้แสงสำหรับภาพยนตร์เลย แต่ทั้งฉากสว่างไสวด้วยไฟคริสต์มาส ไม่เพียงแต่จะมีไฟคริสต์มาสอยู่ในเฟรมของช็อตนั้นเท่านั้น แต่ยังมีการติดไฟคริสต์มาสตามบอร์ดด้านนอกเฟรมเพื่อสร้างแสงที่สม่ำเสมออีกด้วย “พอฆาตกรมาอยู่ในบ้าน เขาก็ปิดไฟหลายดวง ทิ้งให้บ้านสว่างไสวด้วยไฟคริสต์มาสเพียงอย่างเดียว” ชวอร์ทซ์บาร์ดกล่าว “เราชื่นชอบลุคของเลนส์ซูม

 ซึ่งทำให้นึกถึงสไตล์ของหนังต้นฉบับ เรามีเลนส์ซูมที่เก่าแก่มากๆ อาจจะเป็นเลนส์แบบเดียวกับที่เคยใช้ใน Black Christmas ต้นฉบับ เลนส์จากยุค 60s ที่เราซื้อมาสำหรับ Always Shine มันมีลุควินเทจที่ดึงดูดใจ แต่มันก็เป็นเลนส์ที่ช้ามากๆ ด้วย ซึ่งหมายความว่ามันต้องอาศัยแสงสว่างมากๆ วิธีแก้ปัญหาคือการที่เราใช้กล้องพานาโซนิค วาริแคม ซึ่งเป็นกล้องที่ถ่ายทำในที่มืดได้ดีมากๆ มันทำให้เราสามารถใช้เลนส์เก่าที่ช้าตัวนี้ได้แม้ว่าเราจะถ่ายทำภายใต้แสงไฟคริสต์มาสจริงๆ ได้น่ะคะ

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูหนัง 

ดูหนัง : โปรเจคหนังสยองขวัญ เจมส์ วาน Malignant ถ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว

หากพูดถึงเจมส์ วาน หลายคนคงรู้กันดีว่า เขาคือหนึ่งในนักสร้างหนังฝีมือดีผู้เริ่มต้นมาจากภาพยนตร์ระทึกขวัญ ก่อนจะสร้างจักรวาลสยองขวัญที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่าง The Conjuring Universe หลังจากนั้นเขาก็ได้ผันตัวไปสร้างภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่สุดยิ่งใหญ่อย่าง Aquaman ที่ประสบความสำเร็จทั้งในแง่คำวิจารณ์และรายได้ ระหว่างนั้นเขาก็ได้นั่งแท่นเป็นผู้อำนวยการสร้างของภาพยนตร์หลายเรื่อง จนกระทั่งตอนนี้เขาได้กลับมากำกับภาพยนตร์อีกครั้งแล้ว

Malignant คือชื่อของภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่กำกับโดยเจมส์ วาน แม้ว่าในตอนนี้เราจะยังไม่มีรายละเอียดว่านี่จะเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับอะไร หรือจะเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเฟรนไชส์ที่เขาสร้างเอาไว้หรือไม่ แต่ข้อมูลอัพเดตล่าสุดของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือ เจมส์ วานได้ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยเขาได้อัพเดตผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เป็นภาพที่ถ่ายทำบรรดานักแสดงในภาพยนตร์ พร้อมกับข้อความที่เขียนว่า

“ตอนนี้เราถ่ายทำ Malignant กันเสร็จสิ้นไปเมื่อสุดสัปดาห์ ขอบคุณทีมงานและนักแสดงอันแสนมหัศจรรย์ทุกคน พวกคุณทำงานกันหนักมาก และทำให้เกิดสิ่งที่แสนพิเศษขึ้น แทบอดใจรอไม่ไหวที่จะเข้าสู่ช่วง Post-Production แล้ว”

  มารอติดตามกันต่อไปว่าภาพยนตร์เรื่อง Malignant จะออกมาเป็นภาพยนตร์ในรูปแบบไหน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้วางกำหนดฉายเอาไว้ในวันที่ 12 สิงหาคมปี 2020

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูหนัง

ดูหนัง : มาดูการออกแบบชุดสำหรับหนีฆาตกรโรคจิตของ สี่สาวใน Black Christmas

 การถ่ายทำภาพยนตร์ท่ามกลางฤดูหนาวในนิวซีแลนด์ช่วยกำหนดการตัดสินใจบางอย่างของผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายเจนดรา วัตสันที่มีต่อตัวละครได้ “ชุดจะต้องใช้งานได้จริงค่ะ” วัตสันกล่าว “ยกตัวอย่างเช่น ชุดส่วนใหญ่จะมีแขนยาวเพื่อซ่อนกระเป๋าน้ำร้อนข้างใต้ นอกจากนั้น ด้วยความที่ชุดส่วนมากจะต้องเปื้อนเลือด เราก็เลยต้องทำชุดบางแบบขึ้นมาหลายๆ ชุด เราพิจารณาถึงปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้ระหว่างการเตรียมงานของเราค่ะ”

ตัวละครหลักหญิงทั้งสี่คนมีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันมากๆ ซึ่งวัตสันก็คำนึงถึงในการออกแบบชุดของเธอ “ไรลีย์ไม่อยากจะโดดเด่น ดังนั้น ชุดของเธอก็จะต้องเรียบง่ายแต่ไม่น่าเบื่อ” วัตสันกล่าว “คริสเป็นคนขี้เล่นและเข้มแข็ง ดังนั้น้ สีสันและลวดลายก็เลยเป็นทิศทางที่ฉันเลือกสำหรับเธอ และบู๊ทส้นตึกสุดเท่ของเธอก็เป็นตัวปิดจบสำหรับตัวละครของเธอ มาร์ตี้เป็นนักกีฬา แต่ก็มีความเป็นผู้หญิง เราก็เลยพยายามจะคุมสีสันของเธอให้เป็นกลาง ด้วยเนื้อผ้าที่อ่อนนุ่ม เป็นผู้หญิง ในขณะที่เจสซีค่อนข้างจะตามเทรนด์ ดังนั้น หลักๆ แล้วเธอก็จะสวมกางเกงยีนส์รัดรูปและเสื้อไหมพรมเอวลอยน่ะค่ะ”

อย่างไรก็ดี มีฉากหนึ่งที่สี่สาวอยู่ในชุดเดียวกัน นั่นคืองานแสดงความสามารถของสโมสรดีเคโอ ในฉากนี้ สาวๆ ได้ขึ้นแสดงระหว่างสวมชุดที่เหมือนกัน ซึ่งวัตสันและทีมงานของเธอได้ตัดเย็บขึ้นด้วยมือ “สำหรับการแสดงของพวกเธอในงานแสดงความสามารถของสโมสรผู้ชาย พวกเธอสวมชุดแซนต้าเซ็กซี สนุกๆ” วัตสันกล่าว “ไอเดียคือมันน่าจะเหมือนสิ่งที่พวกสาวๆ ซื้อมาจากร้านคอสตูม แต่เราเลือกที่จะตัดเย็บชุดให้สาวๆ แต่ละคน วิธีนั้นทำให้เราสามารถเลือกเนื้อผ้าและขนเฟอร์ที่ดีที่สุดมาใช้และทำให้แน่ใจว่าพวกมันจะพอดีกับพวกเธอแต่ละคนอย่างเพอร์เฟ็กต์ค่ะ”

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูหนัง

ดูซีรีย์ : มาร่วม ผจญภัยครั้งสุดท้าย ของ Digimon Last Evolution

โปรเจกต์ฉลองครบรอบ 20 ปีของอนิเมะชุด  Digimon Adventure โดยในช่วงเดือน ก.พ.ปี 2020 จะมีการฉายภาพยนตร์ดิจิม่อน เรื่อง Digimon Adventure: Last Evolution Kizuna เนื้อหาจะเกี่ยวกับดิจิม่อนและเด็กผู้ถูกเลือก ซึ่งโตเป็นผู้ใหญ่แล้วในวัย 19-23 ปี ซึ่งหนังยังได้ เซกิ ฮิโรมิ ผู้กำกับดิจิมอนฉบับดั้งเดิม มาร่วมดูแลโครงการนี้ด้วย รวมถึงยังได้ผู้ออกแบบตัวละครและดีไซน์ดิจิม่อนในฉบับดั้งเดิม มาร่วมงานสร้างด้วย เรียกได้ว่าเป็นการปลุกความทรงจำของเด็กยุค 90’s แบบเต็มที่เลยทีเดียว 

บันเทิงต่อที่นี่ >> ดูซีรีย์